จีนตั้งหน่วยงานใหม่ดูแลโดรนและรถบินได้ ส่งสัญญาณ 'เศรษฐกิจระดับต่ำ' บูมอีก 10 ปี

พี่สยาม
พี่สยาม
เศรษฐกิจ
ขนาดตัวอักษร
จีนตั้งหน่วยงานใหม่ดูแลโดรนและรถบินได้ ส่งสัญญาณ 'เศรษฐกิจระดับต่ำ' บูมอีก 10 ปี

จีนจริงจังกับ 'ท้องฟ้าระดับล่าง' แล้ว

ถ้าพูดถึงเรื่องโดรนหรือรถบินได้ หลายคนอาจนึกภาพหนังไซไฟหรือของเล่นราคาแพงในงานแสดงเทคโนโลยี แต่วันนี้ต้องบอกว่าจีนไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นแค่ความฝันอีกต่อไปแล้ว เพราะรัฐบาลจีนเพิ่งประกาศจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมอุตสาหกรรมที่พวกเขาเรียกว่า "Low-altitude Economy" หรือ เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ โดยเฉพาะเลย

หน่วยงานนี้อยู่ภายใต้การบริหารการบินพลเรือนของจีน มีหน้าที่หลักคือวางระเบียบ ออกใบอนุญาต และสนับสนุนการเติบโตของยานพาหนะที่บินในระดับต่ำกว่าเมฆ ทั้งโดรนส่งของ โดรนโดยสาร และยานพาหนะบินได้ที่คนนั่งได้จริง ๆ ที่ฝรั่งเรียกว่า Flying Car หรือ Air Taxi

20260525N EHang drone
20260525N EHang drone

EHang บริษัทแรกที่ได้ใบอนุญาตแท็กซี่บิน

พูดถึงเรื่องนี้แล้วต้องเอ่ยชื่อ EHang สตาร์ทอัปด้านยานบินของจีนที่ตั้งอยู่ในกวางโจว บริษัทนี้กลายเป็นเจ้าแรกในจีนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการสำหรับแท็กซี่บินได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญมากในอุตสาหกรรมนี้ เพราะปกติแล้วการได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจากภาครัฐนั้นยากและใช้เวลานานมาก

ตามรายงานจาก Nikkei Asia ยานบินของ EHang เป็นแบบไม่มีคนขับ ใช้ระบบอัตโนมัติในการนำทาง ผู้โดยสารแค่กดจุดหมายปลายทางแล้วนั่งรอ ฟังดูเหมือนอนาคตไกล ๆ แต่บริษัทนี้ทดสอบบินมาหลายปีแล้ว และตอนนี้ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลจีนให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้จริง

Chinese drone shipments nose-dive on domestic restrictions, US ban
Chinese drone shipments nose-dive on domestic restrictions, US ban

เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ คืออะไร ทำไมจีนถึงให้ความสำคัญ

คำว่า Low-altitude Economy (เศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ) หมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศระดับต่ำ โดยทั่วไปหมายถึงความสูงไม่เกิน 1,000 เมตรจากพื้นดิน ซึ่งครอบคลุมทั้งโดรนส่งสินค้า โดรนสำรวจพื้นที่ เฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก และยานบินอัตโนมัติรูปแบบต่าง ๆ

ฝ่ายบริหารการบินพลเรือนของจีนประเมินว่า ตลาดนี้มีโอกาสโตเป็น 2 เท่าภายใน 10 ปีข้างหน้า ตัวเลขปัจจุบันของอุตสาหกรรมโดรนและการบินระดับต่ำในจีนอยู่ที่หลักแสนล้านหยวน และยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งจากการใช้งานเพื่อการเกษตร โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการขนส่งผู้โดยสาร

สิ่งที่จีนทำตอนนี้คือ วางโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายและระบบควบคุมให้พร้อมก่อน แล้วค่อยเปิดทางให้เอกชนเข้ามาแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโมเดลที่จีนเคยทำสำเร็จมาแล้วกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

Flying taxis set to take off in China, UAE in 2026
Flying taxis set to take off in China, UAE in 2026

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนไทย

บางคนอาจคิดว่า "เรื่องของจีน เกี่ยวอะไรกับเรา?" แต่พี่สยามมองว่ามันเกี่ยวมากกว่าที่คิดนะครับ เหตุผลมีอยู่หลายข้อ

  • เทคโนโลยีจีนราคาถูกกว่า ไปถึงไทยเร็วกว่า: ดูตัวอย่างจากโดรน DJI ที่วันนี้ช่างภาพไทยทั่วประเทศใช้กัน นั่นคือโดรนจีน เมื่อจีนพัฒนาโดรนโดยสารหรือแท็กซี่บินได้สำเร็จในเชิงพาณิชย์ ราคาจะถูกลงเรื่อย ๆ และอาจมาถึงไทยในเวลาไม่นาน
  • ไทยเองก็กำลังพัฒนากฎหมายโดรน: สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มีการออกระเบียบการบินโดรนมาสักพักแล้ว แต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การที่จีนมีหน่วยงานเฉพาะ อาจเป็นโมเดลที่ไทยศึกษาและนำมาปรับใช้
  • โอกาสทางธุรกิจที่ตามมา: ถ้าในอนาคตไทยรับเทคโนโลยีนี้เข้ามา ก็มีทั้งโอกาสด้านการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และการเกษตรที่จะได้รับประโยชน์
  • ความเสี่ยงของแรงงาน: ถ้าโดรนส่งของและยานบินอัตโนมัติแพร่หลาย อาชีพพนักงานส่งของและคนขับก็อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว
Suzuki-backed flying car startup tests Tokyo service
Suzuki-backed flying car startup tests Tokyo service

ความท้าทายที่ยังต้องฝ่า

แม้ข่าวนี้จะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่พี่สยามอยากชวนให้มองอีกมุมหนึ่งด้วย เพราะการจะทำให้โดรนโดยสารและรถบินได้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน มันไม่ง่ายเลยครับ

ประเด็นแรกคือ ความปลอดภัย ยานบินที่มีคนนั่งต้องมีมาตรฐานสูงมาก ถ้าเกิดความผิดพลาด ผลที่ตามมาร้ายแรงกว่าอุบัติเหตุรถยนต์มาก เพราะยังไม่มีการชนกับพื้นและกลับมาเป็นปกติได้ง่าย ๆ

ประเด็นที่สองคือ โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ รถบินต้องการจุดขึ้นลง (Vertiport) แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ชาร์จได้เร็ว และระบบควบคุมจราจรทางอากาศที่รองรับยานจำนวนมากในเวลาเดียวกัน ซึ่งยังเป็นความท้าทายเชิงวิศวกรรมที่ต้องลงทุนมหาศาล

ประเด็นที่สามคือ การยอมรับของสังคม แม้แต่ในจีนเอง การที่ผู้คนจะยอมนั่งยานบินอัตโนมัติโดยไม่มีนักบินก็ยังต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อมั่น

"การที่จีนตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะมีแท็กซี่บินวิ่งเต็มฟ้า แต่มันคือสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมลงทุนในระยะยาวอย่างจริงจังแล้ว" — มุมมองของพี่สยาม
Led by industry, Japan and Taiwan plant seeds of drone cooperation
Led by industry, Japan and Taiwan plant seeds of drone cooperation

ถ้าเป็นเราอยู่ในสถานการณ์นี้...

พี่สยามยอมรับตรง ๆ ว่าอ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้นปนลุ้น ตื่นเต้นเพราะภาพที่เคยเห็นแต่ในหนัง Sci-fi กำลังกลายเป็นจริงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ลุ้นเพราะยังมีหลายคำถามที่ยังตอบไม่ได้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและราคาค่าโดยสาร

ถ้าเราอยู่ในจีน ณ ตอนนี้ พี่สยามคงยังไม่รีบเป็นผู้ใช้งานกลุ่มแรก แต่จะตามดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพราะเทคโนโลยีที่ดีจริงมักพิสูจน์ตัวเองได้ผ่านการใช้งานจริงในระยะยาว ไม่ใช่แค่การแถลงข่าว

โอกาสสำหรับคนไทยที่อยากอยู่ในกระแสนี้

แม้ว่าแท็กซี่บินในไทยยังคงเป็นเรื่องของอนาคต แต่มีสิ่งที่คนไทยสนใจด้านนี้ทำได้แล้วตอนนี้เลย

  • เรียนรู้กฎหมายโดรนของไทย: สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มีข้อมูลและคู่มือสำหรับผู้ใช้โดรนทั่วไป ถ้าสนใจใช้โดรนในเชิงอาชีพ ต้องมีใบอนุญาต
  • ติดตามอุตสาหกรรม eVTOL: eVTOL (Electric Vertical Take-Off and Landing) คือชื่อทางเทคนิคของยานบินไฟฟ้าแบบขึ้นลงในแนวตั้ง ซึ่งเป็นประเภทของยานที่ EHang และบริษัทอื่น ๆ พัฒนาอยู่ ติดตามข่าวนี้จะช่วยให้เห็นภาพว่าอนาคตกำลังจะเป็นอย่างไร
  • มองหาโอกาสด้านเกษตรโดรน: ในไทย การใช้โดรนในภาคเกษตรกรรมกำลังเติบโตจริง ๆ มีหลายบริษัทที่รับบริการฉีดพ่นสารเคมีและปุ๋ยด้วยโดรนแล้ว นี่คือตลาดที่จับต้องได้มากกว่าแท็กซี่บินสำหรับตอนนี้
China's role in enabling Iran's Shahed drone supply lines
China's role in enabling Iran's Shahed drone supply lines

สรุปมุมมองพี่สยาม

การที่จีนตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อกำกับดูแลเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะจีนมีประวัติที่พิสูจน์แล้วว่าเมื่อรัฐบาลลงทุนกับอุตสาหกรรมไหน อุตสาหกรรมนั้นมักโตเร็วมาก ดูตัวอย่างรถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ หรือรถไฟความเร็วสูงก็ได้

สำหรับคนไทย เรื่องนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบตัดสินใจอะไรในวันนี้ แต่ถ้าคุณทำงานในอุตสาหกรรมขนส่ง โลจิสติกส์ หรือการเกษตร การเริ่มศึกษาและติดตามเทคโนโลยีโดรนไว้บ้างไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่หลายคนคิด

ท้องฟ้าอาจไม่ใช่ขีดจำกัดอีกต่อไป — แต่การเตรียมตัวให้พร้อมก่อน ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook