มาเลเซียเดินหน้าวางแผนอุตสาหกรรมโดรน พร้อมเปิดตัว Air Taxi ภายใน 2027

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
มาเลเซียเดินหน้าวางแผนอุตสาหกรรมโดรน พร้อมเปิดตัว Air Taxi ภายใน 2027

เพื่อนบ้านเราไม่นิ่งเฉยแล้ว

ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวเทคโนโลยีการบินในภูมิภาคอาเซียน คงจะสังเกตเห็นว่ามาเลเซียเริ่มขยับตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซีย แอนโทนี โลค (Anthony Loke) ได้ออกมาประกาศในงานสัมมนาว่า มาเลเซียมีแผนจะเปิดตัว Roadmap หรือแผนที่นำทางระดับชาติสำหรับอุตสาหกรรมโดรนเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปีนี้ และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ มีเป้าหมายชัดเจนที่จะเปิดให้บริการ Air Taxi (แท็กซี่บินได้) อย่างจำกัดในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2027

พี่สยามอยากบอกว่า นี่ไม่ใช่แค่ข่าวเทคโนโลยีสนุกๆ แต่เป็นสัญญาณที่คนไทยและรัฐบาลไทยควรหันมาสนใจอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่เพื่อนบ้านกำลังทำอยู่นี้ อาจกำหนดอนาคตของการแข่งขันทางเศรษฐกิจในอาเซียนอีกหลายสิบปีข้างหน้า

20260624 Malaysian Transport Minister
20260624 Malaysian Transport Minister

แท็กซี่บิน คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

หลายคนอาจยังงงว่า Air Taxi หรือแท็กซี่บินได้นั้นคืออะไรกันแน่ พูดง่ายๆ ก็คือยานพาหนะที่บินได้คล้ายเฮลิคอปเตอร์หรือโดรนขนาดใหญ่ ออกแบบมาเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารระยะสั้นในเมือง โดยไม่ต้องใช้รันเวย์ยาวแบบสนามบินทั่วไป เรียกอีกชื่อในวงการว่า eVTOL (Electric Vertical Takeoff and Landing — ยานบินไฟฟ้าที่ขึ้น-ลงในแนวดิ่ง)

ภาพที่นึกออกง่ายที่สุดคือ แทนที่คุณจะนั่งรถติดอยู่บนถนนกรุงเทพฯ ชั่วโมงครึ่ง คุณอาจจองแท็กซี่บินผ่านแอปฯ แล้วบินจากดาวน์ทาวน์ถึงสนามบินในเวลา 10-15 นาที นี่คือแนวคิดที่บริษัทอย่าง Joby Aviation, Archer, Lilium และอีกหลายเจ้าในตะวันตกกำลังพัฒนาอยู่ ส่วนในเอเชียก็มีหลายประเทศที่กำลังเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง

Dogs, drones and AI: Australian agriculture is going high-tech
Dogs, drones and AI: Australian agriculture is going high-tech

มาเลเซียวางหมากอย่างไร?

สิ่งที่น่าสนใจในเคสของมาเลเซียคือ เขาไม่ได้แค่พูดลอยๆ แต่มีกรอบเวลาชัดเจน ตามรายงานที่รัฐมนตรีแอนโทนี โลค นำเสนอในงานสัมมนา มาเลเซียตั้งเป้าสำคัญไว้ดังนี้

  • ปลายปี 2024: เปิดเผย National Roadmap ด้านโดรนเชิงพาณิชย์ฉบับสมบูรณ์
  • ปี 2027: เปิดให้บริการ Air Taxi เชิงพาณิชย์แบบจำกัดในบางพื้นที่
  • เป้าหมายระยะยาว: ผลักดันให้มาเลเซียเป็น Regional Hub (ศูนย์กลางภูมิภาค) ด้านนวัตกรรมการบินยุคใหม่

ที่น่าสนใจคือมาเลเซียมองอุตสาหกรรมโดรนในภาพรวมไม่ใช่แค่แท็กซี่บิน แต่ครอบคลุมถึงการส่งสินค้า (Drone Delivery), การเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture), การสำรวจพื้นที่, และการรักษาความปลอดภัย ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

European startup to make defense drones in Japan, export across Asia
European startup to make defense drones in Japan, export across Asia

ตัวเลขที่ทำให้ต้องจริงจัง

ก่อนจะคิดว่าเรื่องนี้ยังไกลตัว ลองดูตัวเลขกันก่อน ตามข้อมูลจาก Morgan Stanley Research คาดการณ์ว่าตลาด Urban Air Mobility (การเดินทางทางอากาศในเมือง) ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2040 และในส่วนของอุตสาหกรรมโดรนเชิงพาณิชย์โดยรวม Goldman Sachs ประเมินว่าจะเป็นตลาดขนาด 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2035

ในระดับอาเซียน สิงคโปร์นำหน้าไปก่อนแล้วในการทดสอบ Air Taxi โดยทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆ มาหลายปี ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก็เริ่มขยับ ถ้ามาเลเซียสามารถทำตามแผนได้จริง ก็จะกลายเป็นผู้เล่นหลักอีกรายในภูมิภาค

China's Li-Ning banks on Stephen Curry in 'partnership of a lifetime'
China's Li-Ning banks on Stephen Curry in 'partnership of a lifetime'

มุมมองส่วนตัวของพี่สยาม

พูดตรงๆ เลยนะครับ พอเห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกได้ทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน ตื่นเต้นเพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ถ้าทำได้จริง มันจะเปลี่ยนชีวิตคนเมืองไปอย่างสิ้นเชิง ลองจินตนาการดูว่าถ้าวันหนึ่งคนกรุงเทพฯ บินข้ามรถติดได้ หรือคนต่างจังหวัดส่งสินค้าทางโดรนได้รวดเร็วขึ้น ชีวิตจะสะดวกขึ้นแค่ไหน

แต่ที่กังวลคือ ไทยเราจะตามทันไหม? เราอยู่ตรงไหนของการแข่งขันนี้? ถ้าประเทศเพื่อนบ้านกลายเป็น Hub ด้านนวัตกรรมการบินก่อน บริษัทเทคโนโลยี นักลงทุน และบุคลากรที่มีความสามารถก็จะไหลไปที่นั่น ไม่ใช่มาที่เรา

แล้วไทยอยู่ตรงไหน?

ต้องยอมรับว่าในเรื่องนี้ไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มีกฎระเบียบเรื่องการบินโดรนอยู่บ้าง แต่ยังเน้นที่ด้านการควบคุมและความปลอดภัยมากกว่าการส่งเสริมเชิงพาณิชย์ ในขณะที่มาเลเซียกำลังมองว่าจะ สร้างอุตสาหกรรม ได้อย่างไร

อย่างไรก็ดี ไทยเองก็มีจุดแข็งที่น่าสนใจ เราเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่แข็งแกร่ง และมีพื้นที่ EEC (ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) ที่สามารถดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้ ถ้ารัฐบาลและภาคเอกชนเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ยังไม่สายเกินไปแน่นอน

Japan targets $65bn in public-private physical AI investment by 2040
Japan targets $65bn in public-private physical AI investment by 2040

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

แม้เรื่องนี้จะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่พี่สยามอยากเตือนให้มองอีกด้านด้วย เพราะอุตสาหกรรมนี้ยังมีความท้าทายที่ต้องเอาชนะอีกมาก

  • ความปลอดภัย: Air Taxi ที่บินเหนือเมืองหนาแน่น ถ้าเกิดอุบัติเหตุผลกระทบรุนแรงมาก ระบบ Fail-safe และการควบคุมจราจรทางอากาศต้องพัฒนาควบคู่กันไป
  • กฎระเบียบ: การกำกับดูแลยานพาหนะประเภทใหม่นี้ยังเป็นโจทย์ที่ทุกประเทศต้องแก้ ทั้งเรื่องใบอนุญาต ประกันภัย และความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ
  • ต้นทุนและการเข้าถึง: ในระยะแรก บริการเหล่านี้อาจแพงมากและเข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มคนมีรายได้สูง ต้องดูว่าจะทำให้เป็นบริการสาธารณะได้จริงไหม
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ต้องสร้าง Vertiport (ท่าจอดสำหรับยานบินแนวดิ่ง) และระบบการจัดการพลังงานไฟฟ้าสำหรับยาน eVTOL อีกมาก
  • ผลกระทบต่อแรงงาน: อาชีพคนขับแท็กซี่และบริการขนส่งอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว

คนไทยควรทำอะไรได้บ้าง?

แม้เรื่องนี้ดูเหมือนยังไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมีหลายอย่างที่คนไทยธรรมดาสามารถเตรียมรับมือและใช้ประโยชน์ได้

  • ติดตามข้อมูล: ทำความเข้าใจเทคโนโลยี eVTOL และ Drone ไว้ก่อน เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้จะสร้างอาชีพใหม่จำนวนมากในอนาคต
  • พัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง: ไม่ว่าจะเป็นด้านซอฟต์แวร์ควบคุมอากาศยาน ระบบ AI สำหรับการนำทาง วิศวกรรมไฟฟ้า หรือแม้แต่กฎหมายการบิน ล้วนเป็นทักษะที่ตลาดจะต้องการมากขึ้น
  • สำหรับนักลงทุน: ลองศึกษาหุ้นและกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ Urban Air Mobility เป็นการวางแผนระยะยาว แต่ต้องระลึกไว้ว่านี่ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
  • สนับสนุนนโยบาย: ถ้ามีโอกาส ร่วมแสดงความเห็นในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะด้านนโยบายการบินและเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
Japan's Terra Drone buys 2 Ukrainian drone makers in global push
Japan's Terra Drone buys 2 Ukrainian drone makers in global push

บทสรุป: อย่าดูแค่ฝั่งตรงข้าม แต่ต้องมองไปข้างหน้าด้วย

การที่มาเลเซียประกาศแผนอุตสาหกรรมโดรนและ Air Taxi ชัดเจนแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของเขา แต่เป็นสัญญาณว่าโลกกำลังเดินหน้าต่อไปไม่รอใคร อาเซียนกำลังแข่งกันเป็น Hub ของอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะสร้างความมั่งคั่งในอนาคต

ไทยเรามีศักยภาพไม่แพ้ใคร แต่ต้องการวิสัยทัศน์และการลงมือทำอย่างจริงจัง พี่สยามหวังว่าข่าวแบบนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้ทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาสนใจเรื่องนวัตกรรมการบินมากขึ้น ไม่ใช่แค่รอดูเพื่อนบ้านก้าวไปข้างหน้าคนเดียว

ท้ายที่สุด ไม่ว่า Air Taxi จะมาถึงไทยช้าหรือเร็ว สิ่งที่แน่นอนคือโลกของการเดินทางและการขนส่งกำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่หวนกลับ คนที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนจะได้เปรียบเสมอครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook