อากาศร้อนแบบนี้ใครๆ ก็อยากหาทางเอาตัวรอดกันทั้งนั้น บางคนก็หิ้วชาเย็นกลับบ้านทุกวัน บางคนก็กินเค็มขึ้นเพราะคิดว่าเหงื่อออกเยอะต้องชดเชยเกลือ หรือจะเป็นการกินยาแก้ปวดหัวเองเพราะไม่อยากไปหาหมอ สิ่งเหล่านี้ฟังดูธรรมดามากจนน่าตกใจว่ามันอาจกำลังทำร้ายอวัยวะสำคัญอยู่เงียบๆ
ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและแพทย์ทั่วไปหลายสำนัก รวมถึงรายงานจากเว็บไซต์สุขภาพ Phunutoday ระบุว่า มีพฤติกรรม 6 อย่างในช่วงหน้าร้อนที่หลายคนทำจนชินโดยไม่รู้ว่ากำลังสร้างภาระให้ไตทำงานหนักผิดปกติ วันนี้พี่สยามเลยอยากเอามาเล่าให้ฟังแบบตรงๆ เพราะเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ก่อนอื่น ทำความรู้จักไตกันสักนิด
ไตเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากโดยที่เราไม่ค่อยรู้สึก หน้าที่หลักของมันคือกรองเลือดเพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ (Electrolyte) รวมถึงควบคุมความดันโลหิต ไตของคนเรากรองเลือดได้ถึงประมาณ 180 ลิตรต่อวัน แต่ขับออกมาเป็นปัสสาวะแค่ 1-2 ลิตร นับว่าเป็น "เครื่องกรองน้ำชั้นเยี่ยม" ที่ติดมากับร่างกายเราตั้งแต่เกิด
ปัญหาคือในหน้าร้อน ร่างกายเราเสียเหงื่อมากขึ้น ปริมาณน้ำในร่างกายลดลงเร็ว ไตก็ต้องปรับตัวหนักขึ้นตามไปด้วย และถ้าเราไปทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำๆ ก็เหมือนไปกดดันไตที่กำลังทำงานหนักอยู่แล้วให้หนักยิ่งกว่าเดิม

1. รอจนกระหายน้ำค่อยดื่ม — พฤติกรรมที่ดูธรรมดาแต่อันตรายในหน้าร้อน
หลายคนทำงานออฟฟิศแล้วลืมดื่มน้ำเป็นชั่วโมงๆ บางคนนั่งประชุมทั้งเช้าโดยไม่มีน้ำอยู่ข้างๆ เลย หรือถ้าขับรถหรืออยู่กลางแดดก็ไม่ค่อยแวะหาน้ำดื่ม เพราะคิดว่า "ยังไม่กระหายก็แสดงว่ายังโอเค"
ความจริงคือ ความรู้สึกกระหายน้ำเป็นสัญญาณที่ร่างกายส่งออกมาช้ากว่าที่ร่างกายขาดน้ำจริงๆ กล่าวคือ ตอนที่คุณเริ่มรู้สึกกระหาย ร่างกายของคุณขาดน้ำไปในระดับหนึ่งแล้ว ยิ่งในหน้าร้อนที่เสียเหงื่อมากขึ้น ปริมาณเลือดที่ไหลไปเลี้ยงไตก็ลดลง ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาสมดุล และปัสสาวะก็จะเข้มข้นมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตและการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
คำแนะนำจากแพทย์คือ ดื่มน้ำให้สม่ำเสมอตลอดวัน ไม่ต้องรอให้กระหาย โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้น้ำประมาณ 2-2.5 ลิตรต่อวัน และอาจต้องเพิ่มขึ้นถ้าออกแรงมากหรืออยู่กลางแดด

2. เปลี่ยนน้ำเปล่าเป็นชาเย็น น้ำหวาน ชานมไข่มุก — อร่อยแต่ไตต้องทำงานหนัก
อันนี้พี่สยามยอมรับเลยว่าเป็นสิ่งล่อใจมากในหน้าร้อน ชาเย็นแก้วใหญ่หลังมื้อเที่ยงมันช่างตอบโจทย์ชีวิตมาก แต่ถ้าเราเปลี่ยนน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหวานๆ เหล่านี้ทุกวัน ผลระยะยาวมันไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่
น้ำตาลในปริมาณสูงส่งผลเสียต่อระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) หรือกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวาน ซึ่งทั้งสองโรคนี้เป็นต้นตอสำคัญของโรคไตวายเรื้อรัง นอกจากนี้เครื่องดื่มบางประเภทยังมีโซเดียม (โซเดียม = เกลือแร่ที่พบในเกลือ) หรือสารปรุงแต่งในปริมาณที่ไตต้องทำงานหนักเพื่อขับออก
ไม่ได้บอกว่าห้ามดื่มเด็ดขาด แต่ถ้าจะดื่ม ให้ถือเป็น "ของพิเศษ" ไม่ใช่น้ำประจำวัน น้ำเปล่ายังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับไต ส่วนน้ำผลไม้สดหรือน้ำแกงจากอาหารก็เป็นทางเลือกที่ดีด้วย
3. กินเค็มขึ้นเพราะคิดว่าเหงื่อออกต้องชดเชยเกลือ — ความเข้าใจผิดที่แพร่หลาย
นี่เป็นความเชื่อที่พบได้บ่อยมากในบ้านเรา ว่าหน้าร้อนเหงื่อออกเยอะก็ต้องกินเค็มขึ้นหน่อยเพื่อชดเชย ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น
ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ปริมาณโซเดียมที่ร่างกายเสียไปกับเหงื่อนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับที่เราได้รับจากอาหารในแต่ละวันอยู่แล้ว คนไทยส่วนใหญ่กินโซเดียมเกินปริมาณที่แนะนำ (ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน) ไปมากอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเพิ่มอีก
การกินเค็มมากเกินทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ความดันเลือดสูงขึ้น และไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกรองและขับโซเดียมส่วนเกินออก ถ้าทำแบบนี้นานๆ เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)

4. อั้นปัสสาวะเพราะไม่อยากหาห้องน้ำ — นิสัยที่ดูเล็กน้อยแต่ส่งผลสะสม
ใครที่เดินทางท่องเที่ยว นั่งรถไกล หรืออยู่กลางแดดทำงานบ่อยๆ น่าจะเคยอั้นปัสสาวะเพราะหาห้องน้ำไม่ได้หรือไม่อยากเสียเวลา บางคนถึงกับลดการดื่มน้ำเพื่อไม่ให้ต้องปัสสาวะบ่อยด้วย
การอั้นปัสสาวะบ่อยๆ และนานๆ ทำให้กระเพาะปัสสาวะรับแรงดันมากขึ้น และสภาวะที่ปัสสาวะค้างอยู่นานยังเป็นเงื่อนไขที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI — Urinary Tract Infection) และถ้าการติดเชื้อรุนแรงหรือไม่ได้รับการรักษา ก็อาจลุกลามขึ้นไปถึงไตได้ในที่สุด
พอรู้สึกอยากปัสสาวะควรไปทันที อย่าฝืน และอย่าลดน้ำดื่มเพื่อหลีกเลี่ยงการปัสสาวะ เพราะนั่นแก้ปัญหาผิดทาง

5. ซื้อยาแก้ปวดกินเองบ่อยๆ เพราะปวดหัวหรือปวดเมื่อยจากอากาศร้อน — อันตรายที่ซ่อนอยู่ในร้านขายยา
หน้าร้อนหลายคนปวดหัว ปวดเมื่อย หรืออ่อนเพลียบ่อยขึ้น แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการซื้อยาแก้ปวดจากร้านขายยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ยาพวก NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ibuprofen หรือ naproxen ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป ถ้าใช้นานเกินไปหรือใช้ขณะร่างกายขาดน้ำ จะลดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต ทำให้ไตทำงานแย่ลงได้
ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ควรใช้ในปริมาณต่ำสุดที่จำเป็น และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานโดยไม่มีแพทย์ดูแล โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยความดัน หรือเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
6. กินอาหารเสริมหรือสมุนไพรเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ — ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป
ในหน้าร้อนหลายคนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น บางคนก็ซื้ออาหารเสริมหรือสมุนไพรต่างๆ มากินเองตามคำแนะนำในโซเชียล โดยเฉพาะสูตรที่อ้างว่าดีต่อตับหรือไต
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ สมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดมีสารที่ต้องผ่านกระบวนการกรองของไต และถ้ากินในปริมาณมากหรือร่วมกับยาชนิดอื่น อาจสร้างภาระให้ไตหรือเกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ได้ มีรายงานจากหลายประเทศรวมถึงไทยที่พบผู้ป่วยไตวายจากการกินสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน
ก่อนจะกินอะไรเป็นประจำ โดยเฉพาะที่ไม่ใช่อาหารทั่วไป ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนจะปลอดภัยที่สุด

พี่สยามคิดว่าไง กับเรื่องนี้
ตรงๆ เลย พี่สยามเองก็เคยทำหลายอย่างในนี้ โดยเฉพาะข้อเรื่องชาเย็นและยาแก้ปวด สมัยทำงานออฟฟิศ ปวดหัวทีไรก็หยิบยาแก้ปวดมากินเป็นเรื่องปกติ ไม่เคยคิดว่ามันจะสะสมเป็นปัญหาได้ จนกระทั่งได้อ่านข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน ถึงได้รู้ว่าไตของเราไม่ได้แข็งแกร่งไปตลอด
สิ่งที่น่ากังวลสำหรับคนไทยโดยเฉพาะคือ สถิติโรคไตในประเทศไทยน่าเป็นห่วงมาก ข้อมูลจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุว่า คนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมากกว่า 8 ล้านคน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวจนกว่าโรคจะลุกลาม เพราะไตเป็นอวัยวะที่ "เงียบ" มาก อาการมักแสดงออกมาช้า
การป้องกันในชีวิตประจำวันจึงสำคัญกว่าการรักษา และหน้าร้อนแบบนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มปรับนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

สรุปสั้นๆ สิ่งที่ควรทำในหน้าร้อนเพื่อดูแลไต
- ดื่มน้ำเปล่าสม่ำเสมอตลอดวัน อย่ารอให้กระหาย
- จำกัดเครื่องดื่มหวาน ชาเย็น น้ำอัดลม ให้เป็นของพิเศษ ไม่ใช่น้ำประจำวัน
- ไม่กินเค็มเกินความจำเป็น แม้จะเหงื่อออกมาก
- อย่าอั้นปัสสาวะนานๆ โดยเฉพาะในหน้าร้อน
- ระวังการใช้ยาแก้ปวดบ่อยๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ก่อนกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรเป็นประจำ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
ไตของเราทำงานให้เราทุกวันโดยไม่บ่น ถึงเวลาแล้วที่เราจะดูแลมันกลับบ้าง แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ อย่างการดื่มน้ำให้พอ ก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีให้ไตแล้ว — พี่สยาม
ข้อมูลอ้างอิงจาก: Phunutoday, สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและโภชนาการ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้ามีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์โดยตรง





