Value over Volume คืออะไร? ทำไมไทยต้องเปลี่ยนวิธีดึงนักท่องเที่ยว และคนไทยได้อะไรจากเรื่องนี้

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
Value over Volume คืออะไร? ทำไมไทยต้องเปลี่ยนวิธีดึงนักท่องเที่ยว และคนไทยได้อะไรจากเรื่องนี้

เคยสงสัยไหม ทำไมนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น แต่เราไม่รู้สึกว่าประเทศรวยขึ้น?

พี่สยามเชื่อว่าหลายคนเคยตั้งคำถามนี้ในใจ ทุกปีเราได้ยินข่าวว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยหลักสิบล้านคน แต่ร้านค้าข้างบ้าน รายได้ชาวบ้าน หรือคุณภาพสาธารณูปโภคในเมืองท่องเที่ยว กลับไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ บางทีแย่ลงด้วยซ้ำ เพราะของแพงขึ้น รถติด คนแน่น

นั่นแหละคือปัญหาแกนกลางของโมเดลการท่องเที่ยวแบบเก่า ที่วัดความสำเร็จด้วย "จำนวน" ล้วนๆ โดยไม่ได้ถามว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นใช้จ่ายเงินในประเทศไทยจริงๆ มากแค่ไหน

Value over Volume คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย

Value over Volume แปลตรงตัวคือ "เน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ" ในบริบทของการท่องเที่ยว หมายความว่าแทนที่จะแข่งกันดึงนักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด เราเปลี่ยนโจทย์ใหม่เป็น "ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนใช้จ่ายเงินในประเทศไทยมากขึ้น และทิ้งผลกระทบด้านลบให้น้อยลง"

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่ากรุ๊ปทัวร์ 100 คนมาเที่ยวไทย 3 วัน แต่กินข้าวบนรถ ช้อปปิ้งร้านที่บริษัททัวร์จัดไว้ให้ รายได้ที่หลั่งไหลเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นอาจแทบไม่มีเลย เทียบกับนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT หรือ Free Independent Traveler) เพียง 10 คน ที่พักโรงแรมบูติก กินอาหารร้านท้องถิ่น เช่ารถมอเตอร์ไซค์ ซื้อของฝากจากชาวบ้าน 10 คนหลังอาจทิ้งเงินในระบบเศรษฐกิจไทยได้มากกว่ามาก

โมเดลกรุ๊ปทัวร์แบบเดิม มีปัญหาอะไรบ้าง?

  • รายได้ต่อหัวต่ำ: กรุ๊ปทัวร์หลายแพ็กเกจใช้ระบบ "ซีโร่ดอลลาร์ทัวร์" คือค่าทัวร์ถูกมาก แต่บริษัทหาเงินจากคอมมิชชันร้านค้าที่พานักท่องเที่ยวไปซื้อ รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้กระจายสู่ชุมชน
  • กดดันสิ่งแวดล้อม: นักท่องเที่ยวจำนวนมากในพื้นที่เดิมๆ เช่น หาดกระบี่ เกาะพีพี หรือดอยอินทนนท์ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมเร็วกว่าที่จะฟื้นตัวได้
  • โครงสร้างพื้นฐานแบกรับไม่ไหว: ถนน น้ำ ไฟ ขยะ ล้วนถูกใช้งานเกินขีดจำกัด โดยที่รายได้ภาษีจากนักท่องเที่ยวอาจไม่เพียงพอชดเชย
  • ภาพลักษณ์ประเทศเสีย: เมื่อคนเยอะเกินไป ปัญหาการบริหารจัดการตามมา ทั้งเรื่องความปลอดภัย ราคาโก่ง หรือบริการไม่ได้มาตรฐาน ทำให้นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงมองว่าไทยไม่ใช่จุดหมายที่น่าสนใจ

นักท่องเที่ยว "คุณภาพสูง" หมายถึงใคร?

ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเศรษฐีเท่านั้น แต่หมายถึงกลุ่มที่มีแนวโน้มใช้จ่ายสูง อยู่นาน และเลือกบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น

  • กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism): คนที่มาทำศัลยกรรม รักษาโรค หรือตรวจสุขภาพในไทย เพราะราคาถูกกว่าประเทศตัวเองหลายเท่า กลุ่มนี้ใช้จ่ายต่อทริปสูงมาก
  • กลุ่ม Health & Wellness: คนที่มาทำสปา รีทรีต โยคะ หรือฟื้นฟูสุขภาพ มักพักนานและใช้จ่ายต่อวันสูง
  • กลุ่ม Luxury: นักท่องเที่ยวที่เลือกโรงแรม 5 ดาว วิลลาส่วนตัว หรือ Private Yacht ประเภทนี้แม้จำนวนน้อย แต่สร้างรายได้มหาศาล
  • กลุ่ม FIT (Free Independent Traveler): นักท่องเที่ยวที่วางแผนเองทุกอย่าง มักสนใจวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และประสบการณ์แท้จริง กระจายรายได้สู่ชุมชนได้ดีกว่า

แล้วคนไทยธรรมดาได้อะไรจากกลยุทธ์นี้?

พี่สยามมองว่านี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด แต่ถูกพูดถึงน้อยที่สุด ถ้ากลยุทธ์นี้ทำงานได้จริง ผลดีที่คาดหวังคือ

ภาพ: www.matichon.co.th
  • รายได้กระจายตัวดีขึ้น: นักท่องเที่ยว FIT มักค้นหาร้านอาหารท้องถิ่น ที่พักบูติก หรือไกด์อิสระ แทนที่จะใช้แพ็กเกจทัวร์ เม็ดเงินจึงกระจายสู่ธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น
  • สิ่งแวดล้อมฟื้นตัวได้: จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่คุณภาพสูงขึ้น ช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมีเวลาฟื้นตัว ซึ่งระยะยาวคือการรักษาทรัพยากรของคนไทยทุกคน
  • ภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้น: เมื่อไทยถูกมองว่าเป็นจุดหมายระดับ Premium ราคาสินค้าและบริการในประเทศก็มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามมาตรฐาน

แต่พี่สยามต้องพูดตรงๆ ด้วยว่า มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง ถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแต่รายได้ยังไม่เพิ่มพอ ธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อยที่พึ่งพาปริมาณลูกค้าอาจได้รับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งโรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร หรือคนขับรถรับจ้าง นี่คือจุดที่ภาครัฐต้องมีแผนรองรับควบคู่กันไปด้วย

เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างไรในการท่องเที่ยวยุคใหม่?

หนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือการนำ Face Recognition (ระบบจดจำใบหน้า) มาใช้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เริ่มจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไทยซ้ำจากประเทศอย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ก่อน แนวคิดคือทำให้กระบวนการผ่านด่านรวดเร็วและสะดวกสบาย เพราะนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงมักมีเวลาน้อยและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรก

ในแง่ความเป็นส่วนตัว (Privacy) หลายคนอาจมีคำถามว่าข้อมูลใบหน้าจะถูกจัดเก็บและใช้งานอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูความโปร่งใสของนโยบายข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อไป

มุมมองของพี่สยาม: เปลี่ยนได้ แต่ต้องไม่ลืมคนตัวเล็ก

ส่วนตัวพี่สยามมองว่าทิศทาง Value over Volume เป็นสิ่งที่ถูกต้องในเชิงหลักการ การที่ไทยเคยพึ่งพาตัวเลขนักท่องเที่ยวเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ ทำให้เราติดกับดักโมเดลที่สร้างรายได้น้อยแต่ความเสียหายมาก ถ้าเทียบกับประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์หรือญี่ปุ่นในบางพื้นที่ เขาจัดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจนกลายเป็นมาตรฐานโลก

แต่สิ่งที่พี่สยามเป็นห่วงจริงๆ คือช่วงรอยต่อ การเปลี่ยนผ่านจากโมเดลหนึ่งไปอีกโมเดลหนึ่งมักใช้เวลา และระหว่างนั้นธุรกิจรายย่อยที่ไม่มีเงินทุนพอรองรับความผันผวนอาจล้มหายตายจากก่อน ดังนั้นถ้าคุณทำธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก พี่สยามแนะนำให้เริ่มปรับตัวรับกลุ่ม FIT ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับบริการ ปรับช่องทางการสื่อสารออนไลน์ให้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนเอง หรือสร้างประสบการณ์ที่โรงแรมเครือใหญ่ให้ไม่ได้

เศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ดีคือเศรษฐกิจที่กระจายรายได้ถึงมือคนทุกระดับ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่สวยงามในรายงาน — นั่นคือเป้าหมายที่ทุกคนน่าจะเห็นพ้องต้องกัน

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook