ทำไมนักธุรกิจไทยถึงต้องจับมือกับจีน? เข้าใจโอกาสและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

พี่สยาม
พี่สยาม
เศรษฐกิจ
ขนาดตัวอักษร
ทำไมนักธุรกิจไทยถึงต้องจับมือกับจีน? เข้าใจโอกาสและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

เมื่อนักธุรกิจไทยหันหน้าสู่จีน — มันหมายความว่าอะไร?

ลองคิดดูนะครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ แล้วมีโอกาสเดินทางไปสำรวจตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คุณจะปฏิเสธไหม? คงไม่ใช่ไหมครับ

นั่นคือภาพที่เกิดขึ้นเมื่อนักธุรกิจไทยกว่า 153 คน จาก 48 บริษัท ตัดสินใจเดินทางไปจีนพร้อมกัน เพื่อเจรจาจับคู่ธุรกิจและสำรวจโอกาสในตลาดที่มี GDP ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ตามข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank)

ตัวเลขนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ มันสะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนไทยกำลังมองหาทิศทางใหม่ และจีนก็ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคนี้

ทำไมจีนยังคงดึงดูดนักลงทุนไทย?

หลายคนอาจสงสัยว่า ในยุคที่โลกพูดถึง "การแยกห่วงโซ่อุปทาน" หรือ Supply Chain Decoupling ทำไมนักธุรกิจไทยถึงยังสนใจจีน? มีเหตุผลหลักๆ อยู่หลายข้อครับ

1. ขนาดตลาดที่ยากจะมองข้าม

จีนมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ชนชั้นกลางของจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี ตามรายงานของ McKinsey Global Institute คาดว่าชนชั้นกลางจีนจะมีกำลังซื้อรวมกันมากกว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในทศวรรษหน้า นั่นคือตลาดผู้บริโภคที่สินค้าไทย เช่น อาหาร เครื่องสำอาง สปา และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป มีโอกาสเข้าถึงได้จริง

2. ห่วงโซ่การผลิตที่เชื่อมกันลึก

ไทยและจีนเชื่อมกันผ่านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มาหลายสิบปีแล้วครับ ทั้งในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร การหาพันธมิตรจีนไม่ได้แปลว่าพึ่งพาฝ่ายเดียว แต่หมายถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีและทุนที่จีนพร้อมนำเสนอ

ภาพ: www.prachachat.net

3. BOI เป็นสะพานเชื่อม

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI (Board of Investment) มีบทบาทสำคัญมากในการอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจไทย การเปิดสำนักงาน BOI แห่งที่ 4 ที่นครเฉิงตูไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยครับ เฉิงตูเป็นเมืองศูนย์กลางของภาคตะวันตกของจีน ที่รัฐบาลจีนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล และมีบทบาทใหม่ในฐานะ "ฮับ" ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

โอกาสจริงๆ ของธุรกิจไทยในจีนมีอะไรบ้าง?

ถ้าเราลองแยกแยะดูจะเห็นโอกาสที่ชัดเจนอยู่หลายด้านครับ

  • อาหารและเกษตรแปรรูป: สินค้าเกษตรไทยยังได้รับความนิยมสูงในจีน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด หรือผลิตภัณฑ์จากยางพารา ตลาดนี้ยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก
  • ท่องเที่ยวและ Wellness: นักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาหลัง COVID-19 ยังคงสนใจสปา การนวดแผนไทย และบริการสุขภาพจากไทย
  • อสังหาริมทรัพย์และ EEC: นักลงทุนจีนมองหาโอกาสลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของไทย ที่มีแรงจูงใจด้านภาษีและโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
  • เทคโนโลยีและ AI: ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีความสนใจ

แต่ความเสี่ยงที่ต้องระวังก็มีเช่นกัน

พี่สยามอยากพูดตรงๆ ครับ เพราะห่วงใยคนที่กำลังคิดจะทำธุรกิจกับจีน ความเสี่ยงเหล่านี้เป็นเรื่องจริงและควรรู้ไว้ก่อน

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

กฎหมายธุรกิจของจีนมีความซับซ้อนสูง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว นักธุรกิจต้องมีที่ปรึกษากฎหมายท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญ ไม่ควรพึ่งแค่การแปลเอกสารเอง

ความเสี่ยงด้านทรัพย์สินทางปัญญา

การปกป้องสูตร สิทธิบัตร และแบรนด์ในจีนต้องทำการจดทะเบียนให้ครบถ้วนในระบบของจีนโดยเฉพาะ ไม่สามารถใช้การจดทะเบียนในไทยแทนกันได้

ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

เงินหยวน (CNY) มีความผันผวนที่ผูกกับนโยบายของรัฐบาลจีนโดยตรง ธุรกิจที่ทำสัญญาระยะยาวต้องวางแผนการป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงินอย่างรัดกุม

ภาพ: www.prachachat.net

ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์

ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกายังคงดำเนินอยู่ ธุรกิจที่พึ่งพาตลาดหรือซัพพลายเชนที่เชื่อมกับทั้งสองฝั่งต้องวางแผนรับมือสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ถ้าคุณสนใจ จะเริ่มต้นยังไงดี?

สำหรับ SME หรือผู้ประกอบการรายย่อยที่อ่านอยู่ตอนนี้ พี่สยามมีคำแนะนำเบื้องต้นครับ

  • ติดตามข้อมูลจาก BOI: เว็บไซต์ BOI Thailand มีข้อมูลสิทธิประโยชน์และโปรแกรมจับคู่ธุรกิจที่อัปเดตสม่ำเสมอ ซึ่งบางครั้งมีโปรแกรมพานักธุรกิจไปสำรวจตลาดต่างประเทศด้วย
  • เข้าร่วมงาน Trade Fair: งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่จีนจัดหลายครั้งต่อปี เช่น Canton Fair เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสำรวจโอกาสโดยไม่ต้องลงทุนสูง
  • หาพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น: การมีพันธมิตรจีนที่เข้าใจตลาดในพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มาก
  • ศึกษากฎหมายก่อนเสมอ: ทั้งกฎหมายไทยด้านการลงทุนต่างประเทศ และกฎหมายจีนด้านการประกอบธุรกิจของต่างชาติ

มุมมองของพี่สยาม

พูดตามตรงครับ พี่สยามรู้สึกว่าการที่นักธุรกิจไทยกว่าร้อยคนรวมตัวกันไปสำรวจตลาดจีนพร้อมกันนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะคนพวกนี้ไม่ได้ใช้เวลาและเงินเดินทางเพื่อความสนุก พวกเขาเห็นโอกาสจริงๆ ครับ

แต่ในฐานะที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจมาสักพัก สิ่งที่ห่วงมากกว่าคือ SME ไทยรายเล็กๆ ที่อาจเห็นข่าวนี้แล้วอยากโดดเข้าตลาดจีนโดยไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อน ตลาดจีนมีโอกาสจริง แต่ก็มีกับดักจริงๆ เช่นกัน

สิ่งที่น่าดีใจคือรัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ การมีหน่วยงานอย่าง BOI ไปเปิดสำนักงานในเมืองสำคัญของจีนถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับนักธุรกิจไทยที่จะก้าวออกไป

ท้ายที่สุดแล้ว โอกาสมักไม่ได้รอใครครับ แต่การเตรียมพร้อมก่อนเดินหน้า คือความได้เปรียบที่ดีที่สุด

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook