เปิดฉาก 'มหกรรมวิทย์ 2569' ชูแนวคิด AI สู่อนาคตยั่งยืน หวังจุดไฟเยาวชนไทยรับโลกเปลี่ยน

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
เปิดฉาก 'มหกรรมวิทย์ 2569' ชูแนวคิด AI สู่อนาคตยั่งยืน หวังจุดไฟเยาวชนไทยรับโลกเปลี่ยน

ถ้าพี่สยามได้ยินคำว่า "มหกรรมวิทยาศาสตร์" ตอนเด็ก ๆ ก็คงนึกถึงห้องนิทรรศการที่กดปุ่มแล้วมีไฟวาบ หรือโมเดลจรวดที่ยืนมองได้ชั่วโมง แต่งานในปีนี้ดูเหมือนจะไปไกลกว่านั้นมาก — เพราะโจทย์ที่ประเทศต้องเผชิญในยุค 2569 หนักกว่าแค่ "ทำให้เด็กชอบวิทยาศาสตร์" เยอะมาก

เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่เมืองทองธานี

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569" อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งานปีนี้ดำเนินภายใต้แนวคิดหลักว่า "Intelligence in Science for a Sustainable Future" หรือแปลได้ประมาณว่า "ปัญญาในวิทยาศาสตร์ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน" — ซึ่งฟังดูครอบคลุม แต่ถ้าแกะออกมาดูข้างใน จะเห็นว่ามีนัยสำคัญมากกว่าแค่สโลแกนสวยงาม

ทำไมงานนี้ถึงสำคัญกับคนไทยตอนนี้

ศ.ดร.ยศชนัน ระบุในการกล่าวเปิดงานว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วมากจากแรงผลักดันของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งไม่ได้กระทบแค่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรม แต่ส่งผลโดยตรงต่อ คนวัยทำงานทุกคน ที่ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงในอาชีพที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ประโยคนี้โดนใจพี่สยามมาก เพราะมันพูดความจริงที่หลายคนยังไม่อยากฟัง — งานบางอย่างที่เคยมั่นคงเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนี้กำลังถูก AI ทำแทนได้ในราคาที่ถูกกว่า และเร็วกว่า คำถามจึงไม่ใช่ "จะเกิดขึ้นไหม" แต่คือ "เราพร้อมรับมือแค่ไหน"

สร้างเด็ก ก็คือสร้างอนาคตประเทศ

ท่าทีของกระทรวง อว. ในงานนี้ชัดเจนมากว่า คำตอบของปัญหาทั้งหมดต้องเริ่มต้นจาก "เด็กและเยาวชน" โดยเฉพาะการสร้างทักษะสามอย่างที่ถือว่าขาดไม่ได้ในยุคนี้ ได้แก่

  • ทักษะการคิดวิเคราะห์ — ไม่ใช่แค่จำข้อมูล แต่ต้องแยกแยะและประเมินได้
  • ความคิดสร้างสรรค์ — สิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์
  • การใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน — ไม่ใช่แค่ใช้เป็น แต่ต้องเข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่

มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ปีนี้จึงถูกออกแบบให้เป็น "พื้นที่ยุทธศาสตร์" ที่เน้น การเรียนรู้แบบลงมือทำจริง (Hands-on Experience) ไม่ใช่แค่ดูนิทรรศการผ่าน ๆ แต่ให้เยาวชนได้ตั้งคำถาม ทดลอง และสำรวจศักยภาพของตัวเองในแต่ละด้าน

"การใส่ใจในรายละเอียดของการเรียนรู้รายบุคคลจะสามารถจุดประกายแรงบันดาลใจ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับครอบครัว จังหวัด และขับเคลื่อนประเทศชาติในท้ายที่สุด" — ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

กระทรวง อว. เปิดงาน ‘มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569’
ภาพ: www.thansettakij.com

วิทยาศาสตร์การทูต — บทบาทที่คนทั่วไปอาจยังไม่รู้จัก

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและถูกพูดถึงในงานนี้คือแนวคิด "วิทยาศาสตร์การทูต" (Science Diplomacy) ซึ่งหมายถึงการใช้ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์กับนานาประเทศ — คล้ายกับที่หลายชาติใช้กีฬาหรือวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือทางการทูต

ในมุมของพี่สยาม นี่ถือเป็นแนวคิดที่ฉลาดมาก เพราะในยุคที่โลกแบ่งขั้วกันชัดเจน การที่ประเทศไทยใช้ "ความรู้" และ "นวัตกรรม" เป็นนามบัตรในเวทีโลก น่าจะสร้างความน่าเชื่อถือและโอกาสใหม่ ๆ ได้มากกว่าการเล่นการเมืองเพียงอย่างเดียว

กระทบคนไทยยังไง ใครได้ประโยชน์บ้าง

ในระยะสั้น งานนี้เปิดโอกาสให้เด็กและครอบครัวได้สัมผัสประสบการณ์วิทยาศาสตร์โดยตรงที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งสำหรับครอบครัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็ถือเป็นโอกาสดีที่ไม่ควรพลาด

แต่ในระยะยาว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ถ้างานลักษณะนี้สามารถจุดประกายให้เด็กสักคนหันมาสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างจริงจัง — ผลกระทบนั้นจะกว้างกว่าที่เราคิดมาก เพราะคนรุ่นนี้แหละที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอีก 10–20 ปีข้างหน้า

ในทางกลับกัน ก็ต้องยอมรับด้วยว่างานลักษณะนี้จัดที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก เด็กต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ห่างไกลอาจยังเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นโจทย์ที่รัฐบาลและกระทรวง อว. ต้องคิดต่อว่าจะขยายโอกาสเหล่านี้ออกไปให้กว้างขึ้นได้อย่างไร

ถ้าอยากใช้ประโยชน์จากงานนี้ให้ได้จริง

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือครูที่อยากพาเด็ก ๆ มาร่วมงาน พี่สยามแนะนำว่า

  • อย่ามาแค่เพื่อ "ถ่ายรูป" — ลองให้เด็กได้ทดลองทำกิจกรรมที่ Hands-on จริง ๆ
  • ชวนเด็กตั้งคำถามว่า "ทำไม" และ "ทำงานยังไง" ไม่ใช่แค่รับชม
  • ถ้ามีเวิร์กช็อปหรือกิจกรรมพิเศษ ลองลงทะเบียนล่วงหน้าเพราะมักเต็มเร็ว
  • ติดตามข้อมูลกิจกรรมผ่านช่องทางของกระทรวง อว. อย่างเป็นทางการ

พี่สยามเชื่อว่าแรงบันดาลใจวิทยาศาสตร์ไม่ได้เกิดจากหนังสือเรียนเพียงอย่างเดียว บางทีมันเกิดจากการที่เด็กคนหนึ่งได้จับหุ่นยนต์ตัวแรกในชีวิต หรือได้เห็นปรากฏการณ์วิทยาศาสตร์ที่ทำให้ปากอ้างค้าง — แล้วจากวันนั้น ชีวิตก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

อยากให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นแบบนั้นสำหรับเด็กไทยอีกหลายคน ไม่ใช่แค่กิจกรรมที่จัดแล้วก็ผ่านไปครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook