ดูข่าวกีฬาฟรี แต่ไม่ได้ฟรีจริงๆ — ข้อมูลเราคือสิ่งที่แลกมา
ใครที่ชอบติดตามข่าวกีฬาออนไลน์คงคุ้นเคยกับเว็บไซต์ประเภทนี้ดี เข้าไปอ่านข่าวฟรี ดูสกอร์สด ติดตามตารางแข่งขัน ไม่ต้องจ่ายสักบาท แต่รู้ไหมครับว่า "ฟรี" ในโลกดิจิทัลนั้น มักแปลว่าเราจ่ายด้วยสิ่งอื่นแทน และสิ่งนั้นคือ "ข้อมูลส่วนตัว" ของเราเองนั่นแหละ
Sporting News (SN) หนึ่งในเว็บไซต์ข่าวกีฬาที่มีผู้ใช้ทั่วโลก รวมถึงในไทย ได้เผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ที่ระบุชัดเจนว่าพวกเขาเก็บข้อมูลผู้ใช้อะไรบ้าง เพื่ออะไร และใช้ยังไง วันนี้พี่สยามเอามาย่อยให้อ่านง่ายๆ ครับ เพราะเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด
Sporting News คืออะไร และครอบคลุมแค่ไหน?
หลายคนอาจคิดว่า Sporting News เป็นแค่เว็บข่าวกีฬาธรรมดาเว็บหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วมันคือกลุ่มบริษัทที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย พวกเขาไม่ได้แค่มีเว็บไซต์ แต่ยังรวมถึงแอปพลิเคชันบนมือถือ และแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ อีกด้วย
นั่นหมายความว่า เวลาเราเข้าไปดูข่าวบอลพรีเมียร์ลีก ติดตามผลมวย หรือเช็กสถิตินักกีฬาผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ เราก็อยู่ในระบบของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีนโยบายจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบแล้ว
เขาเก็บข้อมูลอะไรเราบ้าง?
ตามนโยบายที่ระบุไว้ ข้อมูลที่เก็บแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- ข้อมูลที่เราให้เขาโดยตรง: เช่น ชื่อ อีเมล หรือข้อมูลที่กรอกตอนสมัครสมาชิก หรือล็อกอินผ่านบัญชีโซเชียล เช่น Google หรือ Facebook (เรียกว่า SSO หรือ Single Sign-On คือการใช้บัญชีเดียวล็อกอินหลายที่)
- ข้อมูลที่ถูกเก็บโดยอัตโนมัติ: อันนี้แหละที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว เช่น พฤติกรรมการใช้เว็บ คลิกอะไรบ้าง อยู่นานแค่ไหน อุปกรณ์ที่ใช้ ตำแหน่งโดยประมาณ และอื่นๆ
นอกจากนี้ เขายังอาจรับข้อมูลจากบุคคลที่สาม (Third Party) อีกด้วย เช่น จากโซเชียลมีเดีย หรือพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อนำมาเสริมหรือยืนยันข้อมูลที่มีอยู่แล้ว
Cookies คืออะไร และทำไมเราต้องใส่ใจ?
เรื่อง Cookies (คุกกี้) นี่สำคัญมากครับ แต่ชื่อมันฟังดูน่ากินเกินไปจนหลายคนไม่ค่อยสนใจ อธิบายง่ายๆ ว่า Cookies คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ "ฝาก" ไว้ในเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของเรา เพื่อจดจำว่าเราคือใคร เราชอบอะไร และเคยทำอะไรไปบ้าง
แบ่งคร่าวๆ ได้ 2 แบบ คือ
- Session Cookies: จำแค่ช่วงที่เราเปิดเว็บอยู่ พอปิดก็หาย
- Persistent Cookies: อยู่นานกว่านั้น จำเราข้ามครั้งข้ามวัน เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานครั้งหน้าราบรื่นขึ้น หรือเพื่อยิงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของเรา
นอกจาก Cookies แบบธรรมดา ยังมี Pixel Tags (โค้ดเล็กๆ ที่ฝังในหน้าเว็บหรืออีเมล เพื่อติดตามพฤติกรรม) และ Web Storage ที่ทำงานคล้ายกัน ทั้งหมดนี้ถูกรวมเรียกว่า "cookies" ในนโยบายของเขา
เขาเอาข้อมูลเราไปทำอะไร?
ตามที่นโยบายระบุ มีวัตถุประสงค์หลัก 3 อย่างคือ ปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น ส่งมอบประสบการณ์ที่เหมาะกับเรา และแสดงโฆษณา โดยในส่วนโฆษณานั้นค่อนข้างละเอียด เพราะนี่คือรายได้หลักของเว็บฟรีส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่พี่สยามชอบในนโยบายนี้คือเขาระบุชัดเจนว่า จะไม่ใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินคุณภาพหรือคุณค่าของผู้ใช้แต่ละคน และจะไม่ตัดสินใจอัตโนมัติที่กระทบสิทธิตามกฎหมายของผู้ใช้ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดี และสอดคล้องกับกฎหมาย GDPR (กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป) ที่เข้มงวดมาก
ความรู้สึกของพี่สยามต่อเรื่องนี้
ถ้าเป็นพี่สยามเจอเรื่องนี้เป็นครั้งแรก จริงๆ ก็รู้สึกผสมกันนะครับ ในแง่หนึ่งก็โล่งใจที่มีเว็บกีฬาที่เขียนนโยบายชัดเจน บอกว่าเก็บอะไร ใช้ทำอะไร และยืนยันว่าจะไม่เอาข้อมูลไปตัดสินคนอัตโนมัติ แต่อีกแง่หนึ่งก็ยังกังวลอยู่ดีครับ เพราะนโยบายเขียนดีแค่ไหน มันก็แค่ตัวหนังสือ การปฏิบัติจริงสำคัญกว่า และคนทั่วไปอย่างเราแทบไม่มีทางตรวจสอบได้เลยว่าเขาทำตามที่เขียนไว้จริงไหม
ยิ่งเป็นคนไทยด้วยแล้ว เราอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่บังคับใช้แล้ว แต่การบังคับใช้กับบริษัทต่างชาติที่ไม่ได้มีสาขาในไทยนั้นยังมีข้อจำกัดอยู่มาก
คนไทยได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง?
พี่สยามอยากให้มองเรื่องนี้ใน 2 มิติครับ
- มิติส่วนตัว: ข้อมูลพฤติกรรมการดูกีฬาของเรา ไม่ว่าจะชอบบอลไทย ชอบ NBA หรือชอบมวยไทย ถูกนำไปสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ และส่งต่อให้ผู้โฆษณา ซึ่งอาจไม่ใช่แค่โฆษณากีฬา แต่รวมถึงสินค้าหรือบริการอื่นๆ ที่ "เขาคิดว่าเราน่าจะสนใจ" ด้วย
- มิติสังคม: เมื่อคนไทยหลายล้านคนใช้เว็บกีฬาต่างชาติโดยไม่รู้ว่าข้อมูลถูกเก็บและส่งออกไปต่างประเทศ นั่นคือการไหลออกของข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวในระดับชาติ
แล้วเราทำอะไรได้บ้าง?
พี่สยามไม่ได้จะบอกให้เลิกใช้เว็บพวกนี้นะครับ เพราะมันมีประโยชน์จริงๆ แต่ขอแนะนำวิธีใช้อย่างฉลาดมากกว่า
- จัดการ Cookies: เว็บส่วนใหญ่มีตัวเลือกให้ปฏิเสธ Cookies ที่ไม่จำเป็น (Non-essential Cookies) โดยเฉพาะ Cookies เพื่อโฆษณา เวลาขึ้นป็อปอัพถามเรื่อง Cookies อย่าเพิ่งกด "ยอมรับทั้งหมด" โดยไม่ดูให้ดีก่อน
- ระวังการล็อกอินด้วยโซเชียล: การกด "Sign in with Google" หรือ "Sign in with Facebook" สะดวกมาก แต่มันก็เชื่อมข้อมูลหลายที่เข้าด้วยกัน ถ้าไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก ก็อาจไม่ต้องทำ
- ใช้ VPN หรือเบราว์เซอร์ที่ป้องกันการติดตาม: เบราว์เซอร์อย่าง Firefox หรือ Brave มีฟีเจอร์บล็อก Tracker ในตัว ช่วยลดการเก็บข้อมูลพฤติกรรมได้มาก
- อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวบ้าง: รู้ว่าอ่านยาก แต่ลองหาหัวข้อ "What we collect" หรือ "How we use" ก็ช่วยได้มากแล้ว
สรุปจากพี่สยาม
การที่เว็บกีฬาอย่าง Sporting News มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เขียนชัดเจนนั้นเป็นเรื่องดี แต่ในฐานะผู้ใช้ เราก็ต้องรู้จักสิทธิของตัวเองด้วย โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลส่วนตัวมีค่าไม่ต่างจากเงิน
ติดตามกีฬาได้ ดูข่าวบอลได้ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เราคลิก ทุกครั้งที่เราเลื่อนหน้าจอ มีใครบางคนกำลังจดจำพฤติกรรมของเราอยู่ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่รู้ไว้แล้วดีกว่าครับ เพราะความรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ของ Sporting News และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ของประเทศไทย





