ญี่ปุ่นพลิกโฉมอุตสาหกรรมแก้ว รับคลื่น AI ชิปที่กำลังพุ่งสูง

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
ญี่ปุ่นพลิกโฉมอุตสาหกรรมแก้ว รับคลื่น AI ชิปที่กำลังพุ่งสูง

เมื่อโรงงานแก้วเก่าแก่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่

ถ้าพูดถึง "อุตสาหกรรมแก้ว" หลายคนคงนึกภาพโรงงานผลิตกระจกหน้าต่าง ขวด หรือแก้วน้ำธรรมดาๆ แต่วันนี้เรื่องราวของวงการแก้วญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ Asahi Kasei และ AGC สองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแก้วระดับโลกจากญี่ปุ่น กำลังเทเม็ดเงินก้อนโตเพื่อปรับโรงงานและสายการผลิตครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเดียว คือ "วัสดุสำหรับชิป AI" ที่กำลังกลายเป็นสินค้าที่ตลาดโลกต้องการมากที่สุดในขณะนี้

ตลาดแก้วภายในประเทศญี่ปุ่นเองนั้นทรงตัวมานานหลายปี ประชากรที่ลดลงและเศรษฐกิจที่ไม่ได้โตหวือหวา ทำให้ความต้องการแก้วทั่วไปแทบไม่ขยับ แต่กระแส AI ที่ระเบิดตัวออกมาตั้งแต่ปี 2022 กลับสร้างโอกาสทองให้กับผู้ผลิตวัสดุที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใหม่นี้ได้ และนั่นคือจุดที่ Asahi Kasei กับ AGC กำลังเดินหน้าอย่างเต็มสูบ

Glass Cloth และ Glass-Core Substrate คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าวัสดุสองชนิดที่บริษัทเหล่านี้กำลังทุ่มสุดตัวคืออะไร เพราะชื่อฟังดูเทคนิคมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น

  • Glass Cloth (ผ้าแก้ว) คือเส้นใยแก้วที่ทอเป็นแผ่นคล้ายผ้า ใช้เป็นชั้นรองรับในการผลิตแผ่นวงจร PCB (Printed Circuit Board) หรือแผงวงจรที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด Asahi Kasei เป็นหนึ่งในผู้ผลิต Glass Cloth รายใหญ่ของโลก
  • Glass-Core Substrate (แผ่นรองรับแกนแก้ว) คือวัสดุรุ่นใหม่ที่ AGC กำลังพัฒนา ใช้แก้วเป็นแกนกลางของแผงวงจรระดับสูง แทนที่วัสดุเดิมอย่างเรซิน ข้อดีคือทนต่อการบิดงอที่อุณหภูมิสูง และช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
'No escape': Iran war and AI boom push up costs across the tech industry
'No escape': Iran war and AI boom push up costs across the tech industry

ทำไมชิป AI ถึงต้องการวัสดุพิเศษเหล่านี้? เพราะชิป AI ในปัจจุบัน อย่างเช่น GPU รุ่นใหม่ของ NVIDIA หรือชิปประมวลผล AI จากบริษัทต่างๆ มีการทำงานที่หนักหน่วงมาก ต้องการการถ่ายโอนข้อมูลมหาศาลในเวลาอันสั้น และสร้างความร้อนสูงมาก แผงวงจรธรรมดาที่ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ทั่วไปจึงไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องการวัสดุที่ทนร้อน นำสัญญาณได้เร็วกว่า และมีความเสถียรสูงกว่าเดิมหลายเท่า

Asahi Kasei ทุ่มงบพลิกโฉมสายการผลิต

Asahi Kasei ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจหลากหลายตั้งแต่เคมีภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงสุขภาพ ได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งสำคัญในธุรกิจ Glass Cloth โดยมีแผนปรับสายการผลิตให้รองรับวัสดุสำหรับ AI โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการพลิกกลยุทธ์ครั้งใหญ่จากที่เคยผลิต Glass Cloth สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

ความต้องการ Glass Cloth ระดับสูงที่ใช้ในชิป AI นั้นแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ธรรมดาอย่างมาก ทั้งในแง่ความบางของเส้นใย ความสม่ำเสมอของการทอ และคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่ต้องแม่นยำมากขึ้น ทำให้ราคาต่อหน่วยสูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปหลายเท่าตัว ซึ่งก็หมายความว่ากำไรต่อหน่วยก็สูงกว่าเช่นกัน

Carbon fiber maker Toray levies global surcharge as raw materials prices rise
Carbon fiber maker Toray levies global surcharge as raw materials prices rise

AGC กับ Glass-Core Substrate นวัตกรรมที่อาจเปลี่ยนวงการชิป

ส่วน AGC (เดิมชื่อ Asahi Glass) ที่คนไทยหลายคนอาจรู้จักในฐานะผู้ผลิตกระจกอาคารและกระจกรถยนต์ ก็กำลังเดินหน้าพัฒนา Glass-Core Substrate อย่างจริงจัง โดยมองว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็น "เกมเชนเจอร์" ในวงการบรรจุภัณฑ์ชิปรุ่นต่อไป

จุดแข็งของ Glass-Core Substrate ที่ AGC พัฒนาอยู่มีหลักๆ ดังนี้

  • ทนการบิดงอ (Warping) ที่อุณหภูมิสูงได้ดีกว่าวัสดุเรซินทั่วไป ซึ่งสำคัญมากในกระบวนการผลิตชิปที่ต้องผ่านความร้อนหลายรอบ
  • ลดการสูญเสียพลังงาน ในการส่งสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่าศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ใช้ชิปเหล่านี้จะกินไฟน้อยลง ประหยัดค่าไฟได้จริง
  • รองรับการเชื่อมต่อความหนาแน่นสูง เพื่อให้ชิปหลายตัวสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในระบบ AI สมัยใหม่

ตัวเลขที่น่าสนใจในตลาดวัสดุชิป AI

ตามข้อมูลจากรายงานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตลาด Advanced Packaging (การบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง) ซึ่งรวมถึงวัสดุอย่าง Substrate และ Glass Cloth ระดับสูง มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอีก 5-10 ปีข้างหน้า โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการชิป AI, ชิปสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์สื่อสาร 5G/6G

Supply crunch in Intel, AMD CPUs deals fresh blow to PC and server makers
Supply crunch in Intel, AMD CPUs deals fresh blow to PC and server makers

ที่สำคัญคือ ญี่ปุ่นมีจุดได้เปรียบในวัสดุเฉพาะทางเหล่านี้มาโดยตลอด เพราะต้องการทั้งความแม่นยำในการผลิต ความรู้ด้านวัสดุที่สะสมมาหลายสิบปี และกระบวนการควบคุมคุณภาพระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทญี่ปุ่นทำได้ดีมาก ทำให้แม้จะมีผู้เล่นจากเกาหลี ไต้หวัน และจีนเข้ามาในตลาด แต่ญี่ปุ่นยังรักษาความได้เปรียบในวัสดุระดับบนได้

มุมมองของพี่สยาม: เรื่องนี้น่าสนใจกว่าที่คิด

ส่วนตัวพี่สยามอ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกทึ่งในความสามารถในการปรับตัวของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นนะ เพราะถ้าคิดดูดีๆ บริษัทแก้วที่ทำธุรกิจมาหลายสิบปี แทนที่จะยอมแพ้ต่อตลาดที่หดตัว กลับมองหาว่าทักษะและวัสดุที่ตัวเองมีอยู่จะไปโตได้ที่ไหน แล้วก็พบว่า AI ชิปคือคำตอบ มันเหมือนโรงงานทำผ้าเก่าแก่ที่เปลี่ยนมาทำผ้าเทคนิคพิเศษสำหรับชุดอวกาศ มันคือความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้ฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

และถ้าเป็นพี่สยามต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ในหน้าที่การงาน คงต้องถามตัวเองว่า "ทักษะที่เรามีอยู่ มันสามารถไปใช้ประโยชน์ในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรบ้าง?" เพราะนี่คือบทเรียนสำคัญที่ได้จากเรื่องนี้จริงๆ

ผลกระทบต่อคนไทยและประเทศไทย

หลายคนอาจสงสัยว่าเรื่องบริษัทแก้วในญี่ปุ่นจะมาเกี่ยวอะไรกับคนไทยอย่างเรา จริงๆ แล้วเกี่ยวข้องหลายทางเลยครับ

  • ห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ไทย ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์สำคัญของอาเซียน มีโรงงานผลิต HDD, PCB, และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (EEC) วัสดุที่ Asahi Kasei และ AGC พัฒนาขึ้นมาส่วนหนึ่งก็จะไหลมาสู่ห่วงโซ่การผลิตที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งอยู่
  • โอกาสการลงทุนในหุ้น สำหรับคนที่สนใจลงทุน หุ้น AGC และ Asahi Kasei ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น (Tokyo Stock Exchange) อาจน่าติดตาม เพราะบริษัทกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่ต้องทำการบ้านดูรายละเอียดก่อนนะครับ พี่สยามไม่ได้แนะนำให้ซื้อ แค่บอกว่าน่าติดตาม
  • นักศึกษาและวิศวกรไทย สาขาวัสดุศาสตร์ (Materials Science) และวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นทั่วโลก รวมถึงในไทยที่กำลังดึงดูดการลงทุนด้านชิปเพิ่มขึ้น นี่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษาไทยสนใจสาขานี้มากขึ้น
  • นโยบายอุตสาหกรรมไทย รัฐบาลไทยกำลังพยายามดึงดูดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าวัสดุพื้นฐานอย่างแก้วก็สามารถมีบทบาทในระบบนิเวศ (Ecosystem) ของชิปได้ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตวัสดุไทยในอนาคตด้วย
Chip price hikes spread as Asia's chipmakers plan record $136bn spending
Chip price hikes spread as Asia's chipmakers plan record $136bn spending

ความท้าทายที่ยังต้องจับตา

ไม่ใช่ทุกอย่างจะราบรื่นนะครับ มีเรื่องที่ต้องระวังและติดตามด้วย

  • การแข่งขันจากเอเชียตะวันออก บริษัทจากเกาหลีใต้และไต้หวันก็กำลังพัฒนาวัสดุในกลุ่มเดียวกัน และอาจมีข้อได้เปรียบด้านราคา ญี่ปุ่นต้องรักษาความได้เปรียบด้านคุณภาพและนวัตกรรมไว้ให้ได้
  • ค่าใช้จ่ายในการปรับโรงงาน การลงทุนปรับสายการผลิตต้องใช้เงินมหาศาล และถ้าความต้องการชิป AI ชะลอตัวกะทันหัน (ซึ่งในอดีตเคยเกิดขึ้นในวงการชิปมาแล้ว) ก็อาจกระทบกำไรได้
  • ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนในเรื่องเทคโนโลยีชิปอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานในทางที่คาดไม่ถึง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ทุกผู้เล่นในวงการต้องเผชิญ
Apple supplier Nittobo to roll out improved glass cloth crucial to AI chips
Apple supplier Nittobo to roll out improved glass cloth crucial to AI chips

สรุป: บทเรียนจากโรงงานแก้วที่ไม่ยอมแพ้

เรื่องของ Asahi Kasei และ AGC บอกเราได้หลายอย่างครับ อุตสาหกรรมที่ดูเก่าแก่และซบเซาก็สามารถฟื้นคืนชีพได้ ถ้ามองหาโอกาสใหม่และกล้าปรับตัว กระแส AI ไม่ได้สร้างโอกาสแค่สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์หรือสตาร์ตอัป แต่ยังสร้างความต้องการวัสดุพื้นฐานที่บริษัทดั้งเดิมอย่างผู้ผลิตแก้วก็สามารถรับโอกาสนั้นได้

สำหรับคนไทยที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรม การผลิต หรือแม้แต่นักลงทุน ข่าวนี้เป็นสัญญาณว่ากระแส AI กำลังไหลลงไปถึงวัสดุพื้นฐานในห่วงโซ่การผลิตแล้ว และประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของภูมิภาคควรติดตามพัฒนาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าใหม่นี้ได้อย่างไร

ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเพิ่มเติมได้ที่ ViralSiam นะครับ พี่สยามจะคอยอัปเดตให้ตลอด ✌️

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook