ญี่ปุ่นเปิด 8 โครงการ 'ดิจิทัล คอร์ริดอร์' เชื่อมไต้หวันถึงอินเดีย ไทยได้อะไรจากเกมนี้?

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
ญี่ปุ่นเปิด 8 โครงการ 'ดิจิทัล คอร์ริดอร์' เชื่อมไต้หวันถึงอินเดีย ไทยได้อะไรจากเกมนี้?

เมื่อญี่ปุ่นประกาศสร้าง 'ทางด่วนดิจิทัล' ข้ามมหาสมุทร

ถ้าพูดถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีในโลกตอนนี้ มันไม่ได้จบแค่ว่าใครมีสมาร์ทโฟนดีกว่าหรือชิปเร็วกว่าอีกต่อไปแล้ว แต่สนามรบที่แท้จริงคือ "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล" หรือก็คือเส้นทางที่ข้อมูลทั่วโลกวิ่งผ่านนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิลใต้ทะเล ดาวเทียมสื่อสาร หรือเครือข่าย 5G

ล่าสุด กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น (Ministry of Internal Affairs and Communications) ประกาศแผนเปิดตัว 8 โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ที่มุ่งเน้นไปยังภูมิภาค Indo-Pacific โดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่ไต้หวันยันอินเดีย และนี่คือสิ่งที่พี่สยามคิดว่าคนไทยต้องรู้ไว้ครับ

ที่มาของแผน: 'Free and Open Indo-Pacific' เวอร์ชันอัปเกรด

แผนนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เรียกว่า "Free and Open Indo-Pacific" หรือแนวคิด Indo-Pacific ที่เสรีและเปิดกว้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและทีมงานได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง โดยคราวนี้ถูกยกระดับขึ้นมาให้ครอบคลุมมิติด้านดิจิทัลและความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น

Sanae Takaichi ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันนโยบายนี้ ได้ระบุชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลกำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังแพร่หลายไปทั่วโลก การที่ข้อมูลจะวิ่งได้เร็วและปลอดภัย จำเป็นต้องมี "ทางด่วน" ที่แข็งแกร่งรองรับ

8 โครงการที่ว่านี้คืออะไรบ้าง?

แม้รายละเอียดของทั้ง 8 โครงการยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะ แต่จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ โครงการเหล่านี้จะครอบคลุมอย่างน้อยสองด้านหลัก ได้แก่:

  • สายเคเบิลใต้ทะเล (Undersea Cables) — เส้นสายที่วางอยู่ก้นมหาสมุทรและเป็นกระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ตโลก ปัจจุบันข้อมูลกว่า 95% ของโลกวิ่งผ่านสายเหล่านี้
  • การสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communications) — เทคโนโลยีที่ช่วยให้พื้นที่ห่างไกลหรือประเทศเกาะเล็กๆ สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสายเคเบิล
Japan renews Indo-Pacific strategy, focusing on supply chain resilience
Japan renews Indo-Pacific strategy, focusing on supply chain resilience

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจคือ "ทางเดินดิจิทัล" หรือ Digital Corridor ที่ญี่ปุ่นกำลังสร้างนั้น วิ่งผ่านไต้หวัน — ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านการผลิตชิปของโลก — ไปจนถึงอินเดีย ที่กำลังเติบโตเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีแห่งใหม่ และเส้นทางนี้ก็ผ่านกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พอดี รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

ทำไมถึงสำคัญ? มองในแง่ภูมิรัฐศาสตร์

พี่สยามอยากให้ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าถ้าบ้านคุณมีหลายเส้นทางให้เลือกออก คุณก็จะไม่ถูกใครปิดกั้นได้ง่ายๆ ใช่ไหมครับ? โครงการของญี่ปุ่นก็มีตรรกะเดียวกัน

ทุกวันนี้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเอเชียยังพึ่งพาผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่เจ้า และหนึ่งในความกังวลที่หลายประเทศพูดถึงกันในที่ประชุมระดับนานาชาติคือ การที่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างสายเคเบิลใต้ทะเลอยู่ในมือของใครหน้าไหน เพราะผู้ที่ควบคุมสายเคเบิลก็มีความสามารถที่จะ "มองเห็น" หรือในกรณีเลวร้าย "ขัดขวาง" การไหลของข้อมูลได้

ญี่ปุ่น ร่วมกับพันธมิตรอย่างสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอินเดีย จึงพยายามสร้าง "ทางเลือก" ที่พวกตัวเองวางใจได้มากกว่า ซึ่งสอดรับกับแนวทางของกลุ่ม Quad (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย) ที่ผลักดันเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว

Optical cable maker WCFO to add Cambodia capacity amid AI boom
Optical cable maker WCFO to add Cambodia capacity amid AI boom

AI ทำให้เรื่องนี้เร่งด่วนขึ้น

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเร่งเดินหน้าโครงการนี้คือการระเบิดตัวของ AI ครับ ลองคิดดูว่าการที่คนหลายล้านคนทั่วโลกใช้ ChatGPT หรือ Gemini หรือโมเดล AI อื่นๆ ทุกวัน มันต้องใช้ bandwidth (ความจุในการรับส่งข้อมูล) มหาศาลแค่ไหน

ตามรายงานของ Reuters ที่อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวง MIC ของญี่ปุ่น โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลกำลังมีความสำคัญมากขึ้นพร้อมกับการแพร่กระจายของ AI และนั่นทำให้การแย่งชิงการควบคุมเส้นทางข้อมูลยิ่งดุเดือดกว่าเดิม

แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนของภาพใหญ่นี้?

นี่คือส่วนที่พี่สยามอยากเน้นมากที่สุดครับ เพราะมองจากมุมของคนไทย เราอยู่กลาง "ทางเดิน" นี้พอดีเลย

ไทยเป็นหนึ่งในฮับ (Hub) สำคัญของสายเคเบิลใต้ทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อ่าวไทยและน่านน้ำรอบๆ เป็นจุดที่สายเคเบิลหลายเส้นผ่าน และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไทยเองก็กำลังลงทุนด้าน Data Center ขนาดใหญ่ โดยมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายเจ้าสนใจมาตั้งฐาน

  • โอกาสทางธุรกิจ: ถ้าญี่ปุ่นลงทุนเส้นทางเคเบิลผ่านภูมิภาคนี้ ไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์ในแง่การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น ต้นทุนอินเทอร์เน็ตที่อาจถูกลง และความน่าดึงดูดใจในการเป็น Digital Hub มากขึ้น
  • โอกาสด้านการลงทุน: โครงการระดับนี้มักดึงดูดบริษัทเทคโนโลยี บริษัทก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และบริษัทที่ปรึกษาจากหลายประเทศมาลงทุนในพื้นที่ที่โครงการผ่าน
  • ความมั่นคงดิจิทัล: การมีเส้นทางข้อมูลหลากหลายเส้นทางหมายความว่าถ้าสายหนึ่งขาดหรือถูกรบกวน ประเทศไทยยังมีทางออกอื่น ซึ่งดีต่อความมั่นคงทางไซเบอร์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ
NTT sets sights on Nvidia, AI race with $500m optical network fund
NTT sets sights on Nvidia, AI race with $500m optical network fund

มุมที่ต้องระวัง: มันไม่ได้มีแต่ข้อดีเสมอไป

พี่สยามอยากพูดตรงๆ ว่าทุกครั้งที่มหาอำนาจมาแข่งกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเรา มันมาพร้อมกับเงื่อนไขเสมอครับ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขทางเทคนิค เงื่อนไขทางกฎหมาย หรือบางทีก็เป็นเงื่อนไขทางการเมือง

ประเทศไทยในฐานะที่มีนโยบาย "สมดุล" ระหว่างมหาอำนาจต่างๆ ต้องดูแลให้ดีว่าการที่เราเปิดรับโครงสร้างพื้นฐานจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับฝั่งอื่น และที่สำคัญกว่าคือ ต้องมั่นใจว่าเราสามารถตรวจสอบและกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในประเทศได้จริงๆ

ถ้าเป็นพี่สยามเจอสถานการณ์แบบนี้ในฐานะผู้บริโภคหรือนักธุรกิจ ผมจะดีใจที่มีทางเลือกมากขึ้น แต่ก็จะตั้งคำถามด้วยว่า "ทางเลือกนี้มาพร้อมกับอะไร?" เพราะในโลกของโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ ไม่มีอะไรฟรีจริงๆ ครับ

ก้าวต่อไปของไทย: จะใช้ประโยชน์จากกระแสนี้ยังไง?

พี่สยามมองว่าไทยมีไพ่ในมือพอสมควรครับ ทั้งในแง่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม กฎหมายที่เริ่มพัฒนาด้านดิจิทัลมากขึ้น และความพร้อมด้านแรงงานที่กำลังเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี สิ่งที่ภาครัฐและเอกชนไทยควรทำในตอนนี้คือ:

  • ติดตามรายละเอียดโครงการอย่างใกล้ชิด — เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยรายละเอียดทั้ง 8 โครงการ ไทยควรส่งตัวแทนเข้าร่วมหารือเพื่อหาจุดที่ไทยสามารถมีบทบาทได้
  • เตรียมกฎระเบียบให้พร้อม — Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องการกรอบกฎหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะด้าน PDPA และความมั่นคงไซเบอร์
  • พัฒนาบุคลากร — ยิ่งมีโครงการระดับนี้เข้ามา ความต้องการด้านวิศวกรเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity และนักพัฒนาระบบก็จะเพิ่มขึ้นตาม
Japan seeks bigger role in Asia's subsea cables as AI rewires demand
Japan seeks bigger role in Asia's subsea cables as AI rewires demand

สรุป: เกมใหญ่ที่ไทยไม่ควรนั่งดูอย่างเดียว

โครงการ Digital Corridor ของญี่ปุ่นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาค Indo-Pacific กำลังเข้มข้นขึ้นทุกวัน ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น แต่สหรัฐฯ จีน และยุโรปต่างก็กำลังเดินหมากในกระดานเดียวกันนี้

สำหรับคนไทยทั่วไปอย่างเรา ในระยะสั้นอาจยังไม่เห็นผลชัดเจน แต่ในระยะยาว โครงการเหล่านี้ส่งผลต่อความเร็วอินเทอร์เน็ต ราคาค่าบริการ ความมั่นคงของข้อมูล และโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศโดยตรง

ตอนนี้รายละเอียดทั้ง 8 โครงการยังต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม พี่สยามจะติดตามต่อเนื่องและอัปเดตให้ทราบนะครับ แต่สิ่งที่แน่ๆ คือเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศที่ไกลตัว มันคือภาพใหญ่ที่กำลังกำหนดว่าอนาคตดิจิทัลของเราจะเป็นยังไง

ติดตามข่าวนี้ต่อไปนะครับ เพราะในโลกที่ข้อมูลคืออำนาจ การรู้ว่า "ข้อมูลของเราวิ่งผ่านใคร" ก็คือการรู้ว่า "ใครมีอำนาจเหนือเรา" — และนั่นสำคัญมากครับ 🇹🇭

Tokyo supports NEC-Docomo open network in Singapore to counter China rivals
Tokyo supports NEC-Docomo open network in Singapore to counter China rivals

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook