ผิวแก่เร็วกว่าอายุจริงหรือเปล่า? มาดูกันว่าเราทำอะไรผิดไปบ้าง
พี่สยามเชื่อว่าหลายคนคงเคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย ทำไมผิวมันดูแก่กว่าที่ควรจะเป็นนะ" ริ้วรอยเริ่มปรากฏ ผิวหย่อนคล้อย หรือหน้าดูหมองแม้จะนอนหลับพักผ่อนมาแล้ว สาเหตุสำคัญหนึ่งที่ผิวหนังเราเปลี่ยนแปลงไปตามอายุก็คือการสูญเสีย Collagen (คอลลาเจน) ซึ่งเป็นโปรตีนหลักที่ทำให้ผิวดูตึง เด้ง และมีความยืดหยุ่น
ข้อมูลจากวารสาร Dermato-Endocrinology ระบุว่า ร่างกายเราเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี และยิ่งลดเร็วขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราเองก็มีผลต่อการทำลายคอลลาเจนได้เช่นกัน ทั้งอาหาร การนอน และแม้แต่แสงแดดที่เราเผชิญทุกวัน
วันนี้พี่สยามจะมาเล่าให้ฟัง 5 นิสัยที่ช่วยปกป้องคอลลาเจนตามธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์แพงๆ ก็ทำได้ที่บ้านเลย

1. กันแดดให้จริงจัง ไม่ใช่แค่วันที่ฟ้าโปร่ง
หลายคนรู้ว่าแสงแดดทำลายผิว แต่อาจยังไม่รู้ว่ามันทำลายผิวได้แม้แต่ในวันที่เมฆครึ้มหรือนั่งอยู่ในอาคาร เพราะรังสี UVA (รังสีอัลตราไวโอเลตชนิด A) สามารถทะลุผ่านกระจกและเมฆได้ โดยรังสีชนิดนี้เป็นตัวการหลักที่ย่อยสลายคอลลาเจนและ Elastin (อีลาสติน — โปรตีนที่ทำให้ผิวยืดหยุ่น) ส่งผลให้ผิวเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยก่อนวัย
คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลกตรงกันว่า ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 ทุกวัน ไม่ว่าจะออกไปข้างนอกหรืออยู่แต่ในบ้าน และสำหรับคนไทยที่ต้องเผชิญแสงแดดจัดทุกวัน ยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ การสวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด หรือเสื้อกันแดดก็ช่วยได้มาก อย่ามองว่าเป็นเรื่องเกินจำเป็นเลยนะครับ
ถ้าเป็นพี่สยามเอง ตอนนี้ก็หัดทาครีมกันแดดทุกเช้าจนเป็นนิสัยเหมือนแปรงฟัน รู้สึกว่าผิวดีขึ้นจริงๆ ในระยะยาว

2. กินอาหารที่มีวิตามิน C ให้สม่ำเสมอ
วิตามิน C ไม่ได้มีดีแค่รักษาหวัด แต่มันยังเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายต้องใช้ในการสังเคราะห์คอลลาเจนด้วย ถ้าร่างกายขาดวิตามิน C การสร้างคอลลาเจนใหม่จะหยุดชะงักลงอย่างมีนัยสำคัญ ตามข้อมูลจาก National Institutes of Health (NIH) ของสหรัฐอเมริกา
ข่าวดีคือเราไม่ต้องซื้ออาหารเสริมแพงๆ เพราะวิตามิน C มีอยู่ในผลไม้และผักที่หาได้ทั่วไปในไทย ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่ง มะขามป้อม มะนาว ส้มโอ สตรอเบอร์รี่ พริกหวาน หรือแม้แต่มะเขือเทศที่เราใช้ปรุงอาหารทุกวัน นอกจากช่วยสร้างคอลลาเจนแล้ว วิตามิน C ยังเป็น Antioxidant (สารต้านอนุมูลอิสระ) ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวด้วย
เห็นไหมว่าสิ่งที่ดีต่อผิวนั้นมักเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วยเสมอ ไม่ต้องรอให้หิวก็กินผลไม้เป็นมื้อว่างได้เลยครับ
3. นวดหน้าเบาๆ สม่ำเสมอ ง่ายกว่าที่คิด
หลายคนอาจคิดว่าการนวดหน้าต้องไปสปาหรือใช้อุปกรณ์ราคาแพง แต่จริงๆ แล้วแค่ใช้นิ้วมือนวดเบาๆ สัก 3-5 นาทีต่อวันระหว่างทาครีมบำรุงหรือเซรั่มก็ได้ประโยชน์แล้ว
การนวดช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อกระบวนการฟื้นฟูตัวเองของผิว นอกจากนี้การนวดในทิศทางที่ถูกต้อง คือนวดยกขึ้น ไม่ใช่กดลง ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าซ้ำๆ บริเวณหน้าผาก หางตา และมุมปากได้อีกด้วย

4. ระวังน้ำตาล เพราะมันทำลายคอลลาเจนได้โดยตรง
นี่คือเรื่องที่พี่สยามรู้สึกตกใจมากที่สุดเมื่อได้ศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ เพราะหลายคนอาจไม่รู้ว่าการกินน้ำตาลมากเกินไปนั้นส่งผลโดยตรงต่อคอลลาเจนในผิว
กระบวนการที่เกิดขึ้นเรียกว่า Glycation (ไกลเคชัน — ปฏิกิริยาที่น้ำตาลในเลือดจับกับโปรตีน) เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง โมเลกุลน้ำตาลจะไปเกาะกับเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เส้นใยเหล่านั้นแข็ง กรอบ และเสียหายง่าย ผลที่ตามมาคือผิวหย่อนคล้อยและเป็นริ้วรอยเร็วขึ้น
ตามรายงานของ British Journal of Dermatology กระบวนการไกลเคชันนี้เร่งตัวมากขึ้นหลังอายุ 35 ปี ซึ่งตรงกับช่วงอายุของคนทำงานไทยจำนวนมากที่ดื่มชานมไข่มุก น้ำหวาน หรือกินขนมหวานเป็นประจำ ไม่ต้องเลิกทานของหวานทั้งหมดนะครับ แค่ลดน้ำตาลส่วนเกินลง ก็ช่วยผิวได้มากแล้ว

5. นอนหลับให้พอ เพราะผิวซ่อมแซมตัวเองตอนกลางคืน
ข้อสุดท้ายนี้ฟังดูง่ายที่สุด แต่คนไทยในยุคนี้กลับทำได้ยากที่สุด เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบ งานหนัก และการดูโทรศัพท์ก่อนนอนทำให้หลายคนนอนดึกจนเป็นนิสัย
ช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะเมื่อเราหลับลึก ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone (ฮอร์โมนการเจริญเติบโต) ออกมาเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่ถ้าเราอดนอนหรือนอนดึกบ่อยๆ ร่างกายจะหลั่ง Cortisol (คอร์ติซอล — ฮอร์โมนความเครียด) ในระดับสูง ซึ่งทำหน้าที่ตรงกันข้ามคือย่อยสลายคอลลาเจน ทำให้ผิวหมองและเหนื่อยล้ามากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับแนะนำให้นอนประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และพยายามเข้านอนก่อนเที่ยงคืนเพื่อให้ร่างกายได้เข้าสู่ช่วงหลับลึกที่มีคุณภาพ

มุมมองของพี่สยาม: ไม่ต้องรอแก่ค่อยดูแลผิว
พี่สยามมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามอย่างเดียว แต่มันสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของเราด้วย พฤติกรรมที่ทำลายคอลลาเจน ไม่ว่าจะเป็นการกินน้ำตาลมาก นอนดึก หรือไม่กันแดด ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวทั้งสิ้น ดังนั้นการปรับ 5 นิสัยเหล่านี้จึงเป็นการลงทุนกับตัวเองที่คุ้มค่ามากๆ
ที่สำคัญคือ ทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ได้แพงและไม่ต้องอาศัยผลิตภัณฑ์หรือคลินิกความงามแต่อย่างใด แค่ปรับพฤติกรรมพื้นฐานก็ช่วยได้มากแล้ว แน่นอนว่าถ้าใครมีปัญหาผิวหนังที่รุนแรงหรือมีข้อกังวลเฉพาะเจาะจง การปรึกษาแพทย์ผิวหนังก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ
"ผิวดีไม่ได้มาจากครีมแพงๆ แต่มาจากนิสัยที่ดีที่สะสมทุกวัน"
ลองเริ่มจากข้อที่ทำได้ง่ายที่สุดก่อนสักข้อหนึ่งนะครับ แล้วค่อยเพิ่มทีละนิด ผิวของเราจะขอบคุณเราเองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแน่นอน






