เครื่องยนต์ไฮโดรเจนสายเผาไหม้ มาแรงในฐานะทางเลือกราคาถูกกว่า Fuel Cell

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
เครื่องยนต์ไฮโดรเจนสายเผาไหม้ มาแรงในฐานะทางเลือกราคาถูกกว่า Fuel Cell

เมื่อไฮโดรเจนไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ Fuel Cell อีกต่อไป

พูดถึงรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน หลายคนอาจนึกถึง Toyota Mirai หรือ Hyundai Nexo ที่ใช้ระบบ Fuel Cell (เซลล์เชื้อเพลิง) แปลงไฮโดรเจนเป็นไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยขับเคลื่อนมอเตอร์ ฟังดูไฮเทค แต่ก็แพงมากๆ ด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยีอีกแนวหนึ่งที่กำลังมาแรงและน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ Hydrogen Combustion Engine หรือ "เครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจน" ที่เผาไหม้ไฮโดรเจนโดยตรง เหมือนเครื่องยนต์น้ำมันที่เราคุ้นเคย แต่ปล่อยไอเสียที่สะอาดกว่ามาก

Kawasaki และ Toyota กำลังทำอะไรอยู่?

ตามรายงานจาก Nikkei Asia บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Kawasaki Heavy Industries และ Toyota ต่างเดินหน้าพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดย Kawasaki Heavy เน้นไปที่การพัฒนาเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เช่น เครื่องปั่นไฟขนาดพกพา และอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ส่วน Toyota ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ขยับไปแตะตลาดรถสปอร์ตและยานพาหนะที่ต้องการสมรรถนะสูงด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือทิศทางการพัฒนามันกว้างมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่ครอบคลุมทั้ง รถบรรทุก เครื่องจักรก่อสร้าง เรือ และแม้แต่เครื่องบินขนาดเล็ก ซึ่งถ้ามองในเชิงกว้าง นี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงกระแสหลักได้จริงๆ ในที่สุด

Kawasaki Heavy to raise over $1bn via new shares, bonds for AI investment
Kawasaki Heavy to raise over $1bn via new shares, bonds for AI investment

แล้วมันต่างจาก Fuel Cell ยังไง? อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ

ลองนึกภาพแบบนี้ครับ

  • Fuel Cell (เซลล์เชื้อเพลิง) คือการนำไฮโดรเจนมาทำปฏิกิริยาเคมีกับออกซิเจน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วใช้ไฟฟ้านั้นขับมอเตอร์อีกที ประสิทธิภาพดีมาก ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่ซับซ้อน แต่ต้นทุนสูงมากเพราะต้องใช้โลหะหายากอย่างแพลทินัม
  • Hydrogen Combustion Engine (เครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจน) คือการเผาไฮโดรเจนในห้องเผาไหม้เหมือนเครื่องยนต์น้ำมันทั่วไป เพียงแต่เชื้อเพลิงเป็นไฮโดรเจนแทน กลไกภายในคล้ายกันมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า และโรงงานสามารถดัดแปลงสายการผลิตเดิมได้โดยไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด

ข้อเสียของเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนคืออาจปล่อย NOx (ไนโตรเจนออกไซด์) ออกมาบ้างในระหว่างการเผาไหม้ แม้จะน้อยกว่าน้ำมันมากก็ตาม แต่ไม่ได้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เลย เพราะในโมเลกุลไฮโดรเจนไม่มีคาร์บอน นั่นทำให้มันยังถือว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าน้ำมันเบนซินหรือดีเซลอย่างมีนัยสำคัญ

China's hydrogen push outstrips Japan's in new fuel race
China's hydrogen push outstrips Japan's in new fuel race

ทำไมตอนนี้ถึงน่าสนใจกว่าเดิม?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในปี 2024-2025 มีหลายอย่างประกอบกัน

  • ต้นทุนต่ำกว่ามาก — ผู้ผลิตที่มีโรงงานเครื่องยนต์สันดาปอยู่แล้วสามารถปรับสายการผลิตได้ โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด ต่างจาก Fuel Cell ที่ต้องสร้างกระบวนการผลิตใหม่ตั้งแต่ต้น
  • ยังคงความสนุกในการขับ — โดยเฉพาะสำหรับรถสปอร์ต เครื่องยนต์สันดาปยังให้เสียงและความรู้สึกที่ Fuel Cell หรือมอเตอร์ไฟฟ้าทำไม่ได้ Toyota จึงมองว่านี่คือช่องทางสำหรับตลาดผู้ที่รักการขับขี่โดยเฉพาะ
  • โครงสร้างพื้นฐานยืดหยุ่นกว่า — สถานีเติมไฮโดรเจนสำหรับเครื่องยนต์สันดาปไม่ได้ต้องการระบบพิเศษต่างจาก Fuel Cell มากนัก และยังสามารถปรับใช้กับยานพาหนะหนักได้ง่ายกว่า
  • ตอบโจทย์หลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน — จากข้อมูลของ Kawasaki Heavy การพัฒนาเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพื่อใช้ในเครื่องปั่นไฟ อาจช่วยให้ชุมชนห่างไกลหรือพื้นที่ภัยพิบัติเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยไม่ต้องพึ่งโครงข่ายไฟฟ้า
Toyota to debut superconducting hydrogen car in 24-hour endurance race
Toyota to debut superconducting hydrogen car in 24-hour endurance race

มองมาที่ไทย มีผลกระทบอะไรบ้าง?

ไทยเราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านพลังงานครับ รัฐบาลมีนโยบาย 30@30 ที่ต้องการให้รถ EV คิดเป็น 30% ของการผลิตในประเทศภายในปี 2030 แต่ก็ยังมีช่องว่างใหญ่สำหรับเทคโนโลยีอื่นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มรถบรรทุก เครื่องจักรการเกษตร และยานพาหนะที่ต้องการพลังงานสูงและต่อเนื่อง ซึ่ง EV แบตเตอรี่อาจยังไม่ตอบโจทย์ได้ 100%

ถ้าเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนพัฒนาจนเข้าสู่ตลาดจริง นี่หมายความว่า

  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยที่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยนต์สันดาปอาจมีโอกาส ปรับตัวได้ง่ายกว่า การเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้าล้วน เพราะโครงสร้างพื้นฐานการผลิตคล้ายกันมาก
  • ภาคการเกษตรและก่อสร้างอาจได้รับประโยชน์จากเครื่องจักรพลังงานสะอาดที่ไม่ต้องพึ่งแบตเตอรีขนาดใหญ่
  • หากไทยสามารถผลิตหรือนำเข้าไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน) ได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ภาพรวมการปล่อยคาร์บอนของประเทศก็จะลดลงได้จริงๆ

แต่ต้องพูดตรงๆ ด้วยว่า ไทยยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานสถานีเติมไฮโดรเจนเลยแทบจะพูดได้ว่าเป็นศูนย์ และการลงทุนในส่วนนี้ต้องใช้เงินมหาศาล ดังนั้นในระยะสั้น 3-5 ปีข้างหน้า เรื่องนี้อาจยังเป็นแค่ข่าวน่าจับตามากกว่าจะเห็นผลจริงๆ ในชีวิตประจำวัน

Toyota to showcase hydrogen-combustion-engine hypercar on Le Mans track
Toyota to showcase hydrogen-combustion-engine hypercar on Le Mans track

ความรู้สึกของพี่สยามต่อข่าวนี้

ต้องบอกตรงๆ ว่าพี่ตื่นเต้นกับข่าวนี้ไม่น้อยครับ เพราะในฐานะที่เคยทำงานในออฟฟิศและต้องขับรถเข้ากรุงทุกวัน ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ มันหนักใจมากจริงๆ ถ้าวันหนึ่งรถข้างๆ เราบนถนนมอเตอร์เวย์วิ่งด้วยไฮโดรเจนและไม่มีควันดำพ่นออกมาเลย นั่นมันดีงามมากสำหรับคนเมืองอย่างพวกเรา

แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือแนวคิดของ Kawasaki ที่พัฒนา เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก ด้วย เพราะนึกถึงพื้นที่ที่ไฟฟ้าไม่ถึงในต่างจังหวัด หรือในช่วงน้ำท่วมที่ไฟดับ ถ้ามีเครื่องปั่นไฟไฮโดรเจนที่พกพาได้และไม่ต้องกลัวควันพิษในที่แคบ มันน่าจะช่วยชีวิตคนได้จริงๆ ครับ

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังด้วยว่า ไฮโดรเจนยังเป็นก๊าซไวไฟมาก ระบบเก็บและขนส่งต้องได้มาตรฐานสูง และต้นทุนการผลิตไฮโดรเจนสะอาดยังสูงอยู่มาก อย่าเพิ่งตื่นเต้นจนลืมมองความเป็นจริงด้วยนะครับ

Toyota to use hydrogen-powered trucks for US auto shipments
Toyota to use hydrogen-powered trucks for US auto shipments

จะติดตามเรื่องนี้ต่อยังไงได้บ้าง?

สำหรับใครที่สนใจเรื่องนี้จริงๆ พี่มีคำแนะนำง่ายๆ ครับ

  • ติดตามข่าวจาก IRENA (สำนักงานพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ) และ IEA (สำนักงานพลังงานสากล) ที่รายงานทิศทางเทคโนโลยีไฮโดรเจนอย่างสม่ำเสมอ
  • ฝั่งไทย ติดตาม กระทรวงพลังงาน และ EGAT (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) ที่เริ่มมีโครงการนำร่องพลังงานไฮโดรเจนแล้วบางส่วน
  • ถ้าอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์หรือชิ้นส่วน ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับทิศทางการปรับตัวของอุตสาหกรรมนี้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

เทคโนโลยีพลังงานสะอาดมันไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคำถาม บางครั้ง Fuel Cell คือคำตอบ บางครั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคือคำตอบ และบางครั้งเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนอาจเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับงานบางประเภทโดยเฉพาะ สิ่งสำคัญคือเราต้องเปิดใจรับทุกแนวทาง แล้วเลือกใช้ให้ถูกกับบริบท

พี่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมเทคโนโลยีนี้ได้ดีขึ้นนะครับ ถ้ามีคำถามหรืออยากแชร์ความเห็น เม้นต์มาคุยกันได้เลย แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ 🙂

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook