ช่วงเวลาทองของคนอยากอัปเกรดอุปกรณ์เทคโนโลยี
ถ้าช่วงนี้คุณกำลังคิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนแล็ปท็อป ซื้อแท็บเล็ตเครื่องใหม่ หรือแม้แต่อยากได้ e-reader ไว้อ่านหนังสือ ขอบอกเลยว่าช่วงนี้เป็นจังหวะดีมากสำหรับการช้อปปิ้งสินค้าเทคโนโลยี เพราะในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ มีการลดราคาครั้งใหญ่หลายเจ้า ทั้ง Amazon Prime Day และ Best Buy TechFest ที่ทำให้ราคาสินค้าหลายรายการดิ่งลงอย่างน่าสนใจ ตามรายงานของ Tom's Guide ที่ติดตามดีลเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
พี่สยามเลยขอหยิบมาสรุปให้ฟังแบบรวมๆ ว่าตอนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง และคนไทยอย่างเราจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

แล็ปท็อปลดราคา — ตั้งแต่งานไปจนถึงเกม
หนึ่งในหมวดที่คึกคักที่สุดในช่วงนี้คือแล็ปท็อป ตามข้อมูลจาก Tom's Guide มีดีลที่น่าสนใจจากหลายแบรนด์ดังทั้ง Asus, Lenovo, Dell และ Apple ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊กสำหรับทำงานทั่วไป ไปจนถึงเครื่องสายเกมมิ่งที่ต้องการสเปกสูง
ที่น่าสนใจมากเป็นพิเศษคือ MacBook ของ Apple ที่ปกติราคาแพงอยู่แล้ว แต่ในช่วง Prime Day มีส่วนลดทำให้ราคาจับต้องได้มากขึ้น โดยเฉพาะ MacBook Neo ที่ปกติ Apple ขึ้นราคาไป 100 ดอลลาร์ แต่ยังมีบางร้านอย่าง Best Buy ที่ขายอยู่ที่ราคา 599 ดอลลาร์ (ประมาณ 21,000 บาท) ซึ่งถือว่าคุ้มมากถ้าเทียบกับสเปกที่ได้

Chromebook ทางเลือกราคาประหยัดที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากแล็ปท็อปทั่วไปแล้ว ยังมี Chromebook (โน้ตบุ๊กที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Chrome OS จาก Google ออกแบบมาให้ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก) ที่มีดีลดีๆ จาก Best Buy TechFest ด้วย Louis Ramirez นักเขียนจาก Tom's Guide คัดมาแล้ว 3 รายการที่คุ้มค่าที่สุด
สำหรับคนไทยที่ใช้งานแบบ Light User หรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการแค่เครื่องสำหรับทำรายงาน ดูวิดีโอ และประชุมออนไลน์ Chromebook ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะราคาถูกกว่าแล็ปท็อปทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และเปิดใช้ได้เร็ว แบตเตอรี่อึด
Kindle Colorsoft — e-Reader สี ที่กำลังลดราคาหนักมาก
อีกตัวที่พี่สยามชอบมากในช่วงนี้คือ Kindle Colorsoft (อุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบจอสี) ที่ Amazon ลดราคาถึง 90 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,100 บาท) ในช่วง Prime Day
ตามรีวิวของ Tom's Guide ระบุว่า Kindle Colorsoft คือ e-reader จอสีที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ เหมาะกับคนที่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน นิตยสาร หรือหนังสือที่มีภาพประกอบสี จอใช้เทคโนโลยีที่ทำให้สีดูนุ่มตา ไม่แสบตาเหมือนจอสมาร์ตโฟน และแบตเตอรี่ใช้ได้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ต้องชาร์จ

แท็บเล็ตกับอุปกรณ์เสริมที่ทำให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
Tony Polanco จาก Tom's Guide ได้แนะนำอุปกรณ์เสริม (Accessories) สำหรับแท็บเล็ตที่ควรซื้อถึง 9 รายการ ซึ่งทำให้การใช้งานแท็บเล็ตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น คีย์บอร์ดแบบพกพา, ปากกา Stylus, แผ่นรองวางหน้าจอ, เคสแบบตั้งได้ และ Hub สำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์อื่นๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือแท็บเล็ตหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น iPad หรือ Android Tablet ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายแบบ Standalone แต่ถ้าเพิ่มอุปกรณ์เสริมที่ถูกต้อง มันจะกลายเป็นเครื่องทำงานขนาดพกพาที่ทรงพลังมาก โดยเฉพาะสำหรับคนทำงาน Freelance หรือคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ
แว่นตาอัจฉริยะ — เทคโนโลยีที่กำลังน่าจับตามอง
หนึ่งในหมวดที่พี่สยามรู้สึกตื่นเต้นมากที่สุดคือ Smart Glasses หรือแว่นตาอัจฉริยะ ที่มีดีล 4 รุ่นน่าสนใจในช่วง Prime Day
Smart Glasses คืออะไร? พูดง่ายๆ คือแว่นตาที่มีลำโพง ไมโครโฟน และบางรุ่นมีกล้องถ่ายรูปในตัว เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่าน Bluetooth ทำให้คุณฟังเพลง รับสาย หรือบางรุ่นแม้แต่แสดงข้อมูล AR (Augmented Reality — การซ้อนภาพดิจิทัลทับโลกจริง) ได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์

แบรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดนี้ได้แก่ Ray-Ban Meta (ความร่วมมือระหว่าง Ray-Ban กับ Meta) และ Xreal ที่เน้นประสบการณ์ดูหนังและเล่นเกม ราคาของสินค้ากลุ่มนี้หลังลดแล้วอยู่ในช่วงที่เข้าถึงได้มากขึ้น แม้ยังถือว่าแพงอยู่สำหรับมาตรฐานไทย
อุปกรณ์เสริมที่เน้นความสบาย ไม่ใช่แค่ productivity
Sarah Chaney จาก Tom's Guide ยังได้พูดถึงอุปกรณ์เสริมอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมากนัก นั่นคืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อ "ความสบายในการใช้งาน" มากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น แป้นพิมพ์ (Keyboard) แบบ Ergonomic, เมาส์ที่ออกแบบให้ถนัดมือ, ที่วางข้อมือ หรือจอยสติ๊กสำหรับคนที่ใช้เมาส์ไม่ถนัด
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าคุณนั่งทำงานหน้าคอมฯ วันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไป อุปกรณ์พวกนี้อาจช่วยลดอาการปวดข้อมือ ปวดไหล่ และอาการ RSI (Repetitive Strain Injury — อาการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ) ได้จริงๆ

ความรู้สึกของพี่สยาม: ดีลดีๆ มีอยู่ทุกที่ ถ้ารู้จักหา
พูดตรงๆ เลยนะ พี่สยามรู้สึกทึ่งมากที่เห็นว่าช่วง Prime Day และ TechFest ในอเมริกานั้น ราคาสินค้าเทคโนโลยีลดลงได้มากขนาดนี้ ถ้าเป็นเรา เจอ MacBook ในราคา 21,000 บาทในไทย คงไม่รีรออยู่นานหรอก แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าราคาในไทยกับในอเมริกานั้นต่างกันมาก ทั้งเรื่องภาษีนำเข้า ค่าจัดจำหน่าย และกำลังซื้อของตลาด
สิ่งที่คนไทยทำได้จริงๆ คือติดตามราคาใน Shopee, Lazada, JIB หรือ Banana IT อยู่เสมอ เพราะบางครั้งโปรโมชั่น 11.11 หรือ 12.12 ในไทยก็มีดีลที่ใกล้เคียงกัน และถ้าใครมีญาติหรือเพื่อนที่อยู่อเมริกา ช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะฝากซื้อผ่านบริการ Forwarding (บริการรับส่งพัสดุจากต่างประเทศ) ได้เช่นกัน
คำแนะนำสำหรับคนไทยที่อยากได้ประโยชน์จากดีลเหล่านี้
- ติดตามราคาก่อนซื้อเสมอ: ใช้เว็บอย่าง PriceSpy หรือ Priceza ในไทยเพื่อดูว่าราคาที่ขายอยู่นั้น "ถูกจริง" ไหม หรือแค่ขึ้นราคามาก่อนแล้วค่อยลด
- คิดให้ดีก่อนสั่งจากต่างประเทศ: ถ้าสินค้าเสีย การส่งคืนหรือซ่อมจะยุ่งยากมาก โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีประกันในไทย
- อ่านรีวิวจากหลายแหล่ง: ไม่ว่าจะเป็น Tom's Guide





