มรดกโลกดันเศรษฐกิจได้จริงไหม? เรียนรู้จากประสบการณ์ทั่วโลก และโอกาสของนครศรีธรรมราช

พี่สยาม
พี่สยาม
เศรษฐกิจ
ขนาดตัวอักษร
มรดกโลกดันเศรษฐกิจได้จริงไหม? เรียนรู้จากประสบการณ์ทั่วโลก และโอกาสของนครศรีธรรมราช

เมื่อ UNESCO ประทับตรา — ไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจ

ถ้าพูดถึงคำว่า "มรดกโลก" หลายคนอาจนึกถึงป้ายสีน้ำเงินของ UNESCO ที่ติดอยู่หน้าวัด หน้าเมืองเก่า หรือผืนป่าอนุรักษ์ แล้วก็ผ่านไป แต่ในโลกของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ตราสัญลักษณ์นั้นมีมูลค่ามหาศาลกว่าที่คิด

การที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 48 นับเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของไทย และเป็นแห่งแรกของภาคใต้ ถือเป็นข่าวดีที่ควรทำความเข้าใจให้ลึกกว่าแค่ความภาคภูมิใจ เพราะมันหมายถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่ต้องบริหารให้ถูกทิศ

มรดกโลกเปลี่ยนเมืองได้ขนาดไหน? ดูจากตัวเลขจริง

งานวิจัยจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ระบุว่า สถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกมักมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20–30% ในช่วง 3 ปีแรกหลังได้รับการรับรอง ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงก็ขยับตามอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพ: www.prachachat.net

ลองดูกรณีใกล้บ้านเราอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันดึงนักท่องเที่ยวได้ปีละกว่า 600,000 คน หรือ นครวัด ในกัมพูชาที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักสร้างรายได้ให้ประเทศปีละหลายพันล้านดอลลาร์ หลังได้รับสถานะมรดกโลกในปี 2535

แต่ก็มีบทเรียนที่ต้องระวัง เมือง Dubrovnik ในโครเอเชีย ได้รับสถานะมรดกโลกแล้วกลายเป็นเมืองที่ "โอเวอร์ทัวริสม์" (Over-tourism) จนชาวบ้านอยู่ไม่ไหว รัฐบาลต้องออกมาจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในภายหลัง

ทำไมนครศรีธรรมราชถึงน่าจับตาเป็นพิเศษ?

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารไม่ใช่แค่โบสถ์เก่าหรือโบราณสถานทั่วไป แต่เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่มีอายุกว่า 1,200 ปี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 สะสมชั้นของอิทธิพลทางศาสนาและศิลปะจากทั้งพราหมณ์-ฮินดู พุทธมหายาน และพุทธเถรวาท จนกลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะที่ส่งอิทธิพลไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพ: www.prachachat.net

สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษในสายตาคณะกรรมการ UNESCO คือมันยังเป็น "ประเพณีที่มีชีวิต" (Living Heritage) ไม่ใช่แค่ซากโบราณ ทั้งประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ตำนานพงศาวดารท้องถิ่น และศิลปะการแสดงโนรา ซึ่งยังดำรงอยู่ในชุมชนจริงๆ นี่คือจุดดึงดูดที่นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากทั่วโลกกำลังมองหา

โอกาสที่คนไทยควรรู้และใช้ให้เป็น

1. ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม — ตลาดที่กำลังโต

นักท่องเที่ยวกลุ่ม Cultural Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงและพักนาน ข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council (WTTC) ระบุว่ากลุ่มนี้ใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 38% สำหรับนครศรีธรรมราช นี่หมายถึงโอกาสของโรงแรมบูทีค ร้านอาหารท้องถิ่น ไกด์ชุมชน และธุรกิจ Homestay

2. เส้นทางแห่งศรัทธา — ไม่ใช่แค่จุดเดียว

ศักยภาพของนครศรีธรรมราชอยู่ที่การเชื่อมโยงเป็น "เส้นทาง" ไม่ใช่จุดหมายเดียว จากวัดพระมหาธาตุฯ สามารถเชื่อมไปยังเมืองเก่า ชุมชนช่างฝีมือ แหล่งเรียนรู้โนรา และจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ ถ้าโครงข่ายคมนาคมรองรับได้ดี นักท่องเที่ยวก็พักนานขึ้น รายได้ก็กระจายกว้างขึ้น

ภาพ: www.prachachat.net

3. ธุรกิจรายย่อยในพื้นที่ — ต้องเตรียมตัวก่อนคนอื่นมา

จากประสบการณ์ของเมืองที่ได้มรดกโลกหลายแห่ง ธุรกิจที่ได้ประโยชน์สูงสุดไม่ใช่รีสอร์ทหรูจากส่วนกลาง แต่คือ ผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่เตรียมตัวก่อน ไม่ว่าจะเป็น Homestay ที่มีมาตรฐาน ร้านอาหารท้องถิ่นที่บอกเล่าเรื่องราว ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ผูกโยงกับวัฒนธรรม หรือไกด์ชุมชนที่พูดภาษาอังกฤษได้

สิ่งที่ต้องระวัง — ด้านมืดของมรดกโลก

พี่สยามต้องพูดตรงๆ ว่าข่าวนี้ดีมาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องตั้งรับ

  • ค่าครองชีพพุ่ง: หลายเมืองมรดกโลกพบว่าราคาที่ดินและค่าเช่าในพื้นที่พุ่งสูงภายใน 2–3 ปี ชาวบ้านดั้งเดิมอาจถูกกดดันให้ย้ายออก
  • วัฒนธรรมกลวง: ถ้าจัดการไม่ดี ประเพณีท้องถิ่นอาจกลายเป็น "โชว์เพื่อนักท่องเที่ยว" ที่ขาดความจริงใจ และชุมชนเจ้าของวัฒนธรรมอาจไม่ได้รับประโยชน์จริง
  • โครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม: ถ้านักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาก่อนระบบขนส่งและสาธารณูปโภคพร้อม จะเกิดปัญหาขยะ ความแออัด และประสบการณ์ที่แย่ทั้งต่อนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน

มุมมองพี่สยาม — ถ้าเป็นเรา จะทำยังไง?

ถ้าพี่สยามอยู่นครศรีธรรมราช หรือมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น ตอนนี้คือเวลาที่ต้องคิดจริงจัง ไม่ใช่แค่ดีใจแล้วรอ เพราะหน้าต่างโอกาสนี้เปิดไม่นาน ถ้าคนนอกพื้นที่เข้ามาก่อน คนท้องถิ่นก็ได้แค่ดูตาปริบๆ

สิ่งที่น่าทำตอนนี้คือ ศึกษาแนวทางพัฒนาพื้นที่ของภาครัฐ เข้าร่วมกลุ่มชุมชน เรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลาดนี้ไม่ได้ต้องการคนรวยทุน แต่ต้องการ คนที่เข้าใจวัฒนธรรมตัวเองและเล่าเรื่องได้

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ นี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะวางแผนเที่ยวนครศรีธรรมราชสักครั้ง ก่อนที่มันจะแออัดเกินไป เพราะในอีก 3–5 ปีข้างหน้า เมืองนี้อาจเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิด

มรดกโลกไม่ได้สร้างเศรษฐกิจด้วยตัวเอง มันแค่เปิดประตู — คนในพื้นที่ต่างหากที่จะเดินเข้าไปหรือปล่อยให้คนอื่นเดินแทน
พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง