พี่สยามขอบอกตรงๆ ว่าช่วงนี้ค่าครองชีพมันแพงขึ้นจริงๆ ออกไปกินข้าวนอกบ้านทีหนึ่ง หมดไม่รู้ตัว มื้อละร้อยกว่าบาทสำหรับคนทำงานเงินเดือนมันสะสมเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน ถ้าเดือนหนึ่งกิน 30 วัน แค่มื้อเที่ยงอย่างเดียวก็หายไปเป็นพันแล้ว ดังนั้นการหันมาทำอาหารกินเองที่บ้านจึงเป็นทางออกที่หลายคนเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น
ตามรายงานของไทยรัฐออนไลน์ การมีวัตถุดิบพื้นฐานติดครัวไว้เสมอ คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราทำอาหารง่ายๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบวิ่งออกไปซื้อของทุกครั้ง และที่สำคัญ ของหลายอย่างในลิสต์นี้เก็บได้นาน ใช้ได้หลายเมนู คุ้มค่าทุกบาทที่ลงทุนไป
10 สิ่งที่ควรมีติดครัวเพื่อประหยัดค่าอาหาร
1. ข้าวสาร — พระเอกตัวจริงของครัวไทย
ข้าวสารคือของที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทย ซื้อคราวละ 5-10 กิโลกรัมประหยัดกว่าซื้อถุงเล็กแน่นอน เมื่อมีข้าวอยู่ในบ้าน เราก็แค่หาเมนูง่ายๆ มาคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียว ผัดผัก ต้มจืด หรืออาหารกระป๋อง ก็ได้มื้ออาหารที่อิ่มท้องและประหยัดกว่าซื้อข้าวกล่องนอกบ้านหลายเท่าตัว

2. ไข่ไก่ — วัตถุดิบโปรตีนสูง ราคาเป็นมิตร
ไข่ไก่แผงหนึ่ง 30 ฟอง ราคาไม่กี่สิบบาท แต่ทำอาหารได้หลากหลายมาก ทั้งไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น หรือจะนำไปผสมในเมนูอื่นก็ได้ไม่จำกัด ถ้าเป็นพี่สยามเจอวันยุ่งๆ ไม่มีเวลาทำอะไรมาก ไข่กับข้าวก็คือมื้ออาหารที่ดีมากแล้ว
3. น้ำมันพืช — ซื้อขวดใหญ่คุ้มกว่าเสมอ
อาหารไทยแทบทุกเมนูต้องใช้น้ำมัน ไม่ว่าจะผัด ทอด หรือปรุงอาหาร การซื้อน้ำมันขวดใหญ่ครั้งเดียวแล้วเก็บไว้ใช้นานๆ จะประหยัดกว่าซื้อขวดเล็กบ่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด และน้ำมันพืชเก็บได้นานหากปิดฝาให้สนิทหลังใช้
4. กระเทียมและหอมแดง — เล็กแต่ขาดไม่ได้
ของสองอย่างนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้อาหารได้มหาศาล กระเทียมใช้ผัด ทอด หมักเนื้อสัตว์ได้ทุกเมนู ส่วนหอมแดงช่วยเพิ่มความหอมในต้มยำ แกง หรือน้ำพริก ราคาไม่แพง ซื้อครั้งละ 2-3 หัวใส่ตะกร้าไว้ก็ใช้ได้นานหลายอาทิตย์

5. เครื่องปรุงพื้นฐาน — หัวใจของรสชาติ
น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล และพริกไทย คือ 5 อย่างที่ควรมีติดครัวตลอดเวลา เพราะเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียว ผัดผัก หรือต้มจืด จะอร่อยขึ้นทันทีเมื่อมีเครื่องปรุงพวกนี้อยู่ ไม่ต้องพึ่งอาหารสำเร็จรูปหรือซอสสำเร็จที่แพงกว่าหลายเท่า
6. เครื่องเทศและพริกแห้ง — เก็บได้นาน ใช้ได้หลายเมนู
พริกแห้ง กระเทียมแห้ง ผงกะหรี่ อบเชย หรือใบกระวาน เหล่านี้เก็บในที่แห้งได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้เมนูอาหาร จะทำพริกแกง น้ำจิ้ม หรือเมนูผัดรสจัดก็ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องออกไปซื้อของเพิ่ม
7. อาหารแห้ง — สต็อกไว้แก้ขัดยามฉุกเฉิน
วุ้นเส้น เส้นก๋วยเตี๋ยวแห้ง บะหมี่แห้ง เห็ดหอมแห้ง หรือสาหร่าย เป็นวัตถุดิบที่เก็บได้นานและนำมาปรุงได้หลายรูปแบบ วันไหนฝนตกไม่อยากออกไปไหน หรือเวลาดึกๆ อยากกินอะไรง่ายๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยได้มาก ไม่ต้องพึ่งการสั่ง Delivery ที่บวกค่าส่งอีกต่างหาก

8. ผักเก็บได้นาน — ลดการซื้อผักสดทุกวัน
ผักบางชนิดไม่ต้องซื้อทุกวันก็ได้ อย่างแครอต กะหล่ำปลี ฟักทอง หอมใหญ่ และมันฝรั่ง เก็บในที่เย็นหรือตู้เย็นได้นานหลายสัปดาห์ สามารถนำไปทำอาหารได้หลายเมนู ทั้งผัด ต้ม ทอด หรือใส่แกง ช่วยลดทั้งความถี่ในการออกไปซื้อของและปัญหาผักเหลือทิ้ง
9. เนื้อสัตว์แช่แข็ง — วางแผนมื้ออาหารได้ล่วงหน้า
เทคนิคที่ได้ผลมากคือซื้อหมู ไก่ หรือปลาคราวละมากๆ แล้วแบ่งใส่ถุงซิปล็อคเป็นมื้อๆ แช่ช่องฟรีซไว้ วิธีนี้ช่วยให้มีวัตถุดิบพร้อมทำอาหารตลอดเวลา ลดการซื้ออาหารสำเร็จรูปราคาแพง และยังช่วยวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้าได้ดีขึ้นด้วย
10. เครื่องปรุงสำเร็จรูปและอาหารกระป๋อง — สต็อกไว้สำหรับวันเร่งรีบ
ปลากระป๋อง ซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ หรือน้ำพริกสำเร็จรูปบางยี่ห้อ เหมาะสำหรับวันที่เร่งรีบมากจริงๆ และไม่มีเวลาทำอะไรเลย เอามาคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็เป็นมื้ออาหารที่อิ่มและประหยัดกว่าการสั่งอาหารนอกบ้านอย่างเทียบไม่ติด
ลงทุนเล็กน้อย ประหยัดได้มหาศาล
ถ้าลองคำนวณดูจริงๆ การทำอาหารกินเองแค่มื้อเที่ยงวันทำงานสัปดาห์ละ 3-4 วัน จากที่เคยใช้มื้อละ 80-120 บาทนอกบ้าน เหลือแค่ 30-50 บาทต่อมื้อเมื่อทำเอง เดือนหนึ่งประหยัดได้ไม่น้อยกว่า 500-1,000 บาทเลยทีเดียว แค่มีวัตถุดิบพื้นฐานพวกนี้ติดบ้านไว้ก็ช่วยได้มากแล้ว
พี่สยามเองก็เคยเป็นคนที่กินข้าวนอกบ้านทุกมื้อตอนทำงานออฟฟิศ แล้วก็งงว่าทำไมเงินหมดก่อนสิ้นเดือนทุกที พอหันมาทำอาหารเองบ้าง แค่ 3-4 มื้อต่ออาทิตย์ ก็รู้สึกได้เลยว่าเงินในกระเป๋ามันอยู่ได้นานขึ้นจริงๆ
ข้อแนะนำก่อนเริ่มสต็อกของในครัว
- ซื้อตามที่จะใช้จริง อย่าซื้อเยอะเกินจนของเสียก่อนใช้ได้
- เลือกซื้อของที่เก็บได้นานก่อน เช่น เครื่องปรุง ของแห้ง อาหารกระป๋อง
- วางแผนเมนูสัปดาห์ล่วงหน้าง่ายๆ ก็ช่วยลดการซื้อของซ้ำซ้อนได้มาก
- ตรวจสอบของในตู้เย็นก่อนออกไปซื้อของทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น
- เนื้อสัตว์แช่แข็งควรละลายน้ำแข็งในตู้เย็นช่องธรรมดาล่วงหน้า ไม่ควรละลายไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไปเพื่อความปลอดภัยของอาหาร
ยุคนี้ค่าครองชีพขึ้นราคาทุกอย่าง แต่สิ่งที่เราคุมได้คือ "ค่าอาหาร" ถ้าลองเริ่มจากการมีของพื้นฐานพวกนี้ติดครัวไว้ แล้วค่อยๆ ปรับพฤติกรรมจากทำอาหารเองสัปดาห์ละ 2-3 มื้อก่อน มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด และเงินที่ประหยัดได้ก็ไม่น้อยเลยนะครับ ลองดูสักเดือนแล้วจะรู้ว่าต่างกันมากแค่ไหน





