ถ้าใครสังเกตตัวเองในช่วงหลังๆ จะรู้ว่าเราแทบไม่ค่อยเปิดทีวีดูซีรีส์กันแล้ว เปลี่ยนมาจ้องหน้าจอมือถือในท่าจับโทรศัพท์ตั้งตรงแทน พี่สยามเองก็เป็นอย่างนั้น และดูเหมือนว่าทรูไอดีมองเห็นพฤติกรรมนี้ชัดเจนมาก จนกล้าเดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ พร้อมเปิดตัวมินิแอปซีรีส์แนวตั้งที่ชื่อว่า "ตาตั้ง by TrueID" อย่างเป็นทางการ
จากแพลตฟอร์มดูหนัง สู่ "ศูนย์กลางชีวิตดิจิทัล"
ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจ นายวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการทรูไอดี อธิบายทิศทางของบริษัทอย่างน่าสนใจว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้แค่ "ดูคอนเทนต์" อีกต่อไปแล้ว แต่เชื่อมโยงการรับชมเข้ากับการชำระเงิน การสะสมสิทธิประโยชน์ และบริการในชีวิตประจำวันไปพร้อมกัน
พูดง่ายๆ คือ คนเราไม่ได้แค่อยากดูซีรีส์ให้จบ แต่อยากกดซื้อของที่เห็นในซีรีส์ได้เลย อยากได้พอยต์สะสม หรืออยากจ่ายค่าบริการอื่นๆ ในแอปเดียวกันได้สะดวก นี่คือเหตุผลที่ทรูไอดีประกาศปรับบทบาทอย่างชัดเจนจากการเป็น "แพลตฟอร์มคอนเทนต์" ไปสู่การเป็น Digital Ecosystem Hub หรือศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัล
CO CREATE THE SERIES คืออะไร
กลยุทธ์ใหม่ที่ทรูไอดีใช้ขับเคลื่อนทิศทางนี้มีชื่อว่า CO CREATE THE SERIES ซึ่งสะท้อนแนวคิดการ "สร้างร่วมกัน" ระหว่างแพลตฟอร์ม ครีเอเตอร์ และผู้บริโภค โดยมี 3 องค์ประกอบหลักที่เชื่อมกันเป็นระบบ
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการเดินหน้า Mini App (มินิแอป — แอปพลิเคชันขนาดเล็กที่ฝังอยู่ภายในแอปหลัก) เพื่อนำคอนเทนต์และบริการต่างๆ ไปเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มในระบบนิเวศของทรู และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ เป้าหมายคือทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการได้สะดวกที่สุดในจุดเดียว
"ตาตั้ง by TrueID" ก้าวแรกของยุคใหม่
และก้าวแรกที่จับต้องได้ของยุทธศาสตร์นี้คือการเปิดตัว "ตาตั้ง by TrueID" มินิแอปซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Mobile-First คือออกแบบมาเพื่อหน้าจอสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ ให้รับชมแบบจับโทรศัพท์ตั้งตรงได้เลย ไม่ต้องพลิกหน้าจอให้เสียเวลา
แนวคิดนี้ตอบรับกับพฤติกรรมจริงของคนไทยปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟนมากกว่าหน้าจออื่นๆ ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า ระหว่างพักเที่ยง หรือก่อนนอน "ตาตั้ง" จึงเป็นคำที่สื่อได้ตรงมาก เพราะมันคือท่าทางที่เราดูหน้าจอมือถืออยู่ทุกวัน

กระทบคนไทยยังไง ใครได้ประโยชน์
พี่สยามมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจับตามองในหลายมิติ
- ผู้บริโภคทั่วไป — ได้รับประสบการณ์ดูซีรีส์ที่ออกแบบมาเพื่อมือถือโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่นำคอนเทนต์แนวนอนมาตัดเล็กลง ซึ่งถ้าทำได้ดีจริง ความสนุกและความสะดวกจะต่างกันมาก
- คนรุ่นใหม่และวัยทำงาน — กลุ่มที่ใช้ชีวิตบนมือถือตลอดวัน น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะคอนเทนต์เหมาะกับไลฟ์สไตล์การดูแบบ "จิบๆ" ช่วงสั้นๆ
- ครีเอเตอร์และคนทำคอนเทนต์ — ถ้ากลยุทธ์ CO CREATE เปิดพื้นที่ให้นักสร้างเนื้อหาหน้าใหม่เข้ามาร่วมพัฒนาซีรีส์ได้จริง ก็อาจเป็นโอกาสใหม่ที่น่าสนใจ
- ผู้ใช้บริการในระบบนิเวศ CP — การเชื่อมต่อระหว่างทรูไอดีกับแพลตฟอร์มอื่นในเครือ หากทำได้ราบรื่น อาจหมายถึงสิทธิประโยชน์ที่ครบวงจรมากขึ้น
สิ่งที่ควรจับตามองและระวัง
แม้ทิศทางจะฟังดูดี แต่พี่สยามอยากชวนให้คิดสักนิดก่อนตื่นเต้นตาม มีประเด็นที่น่าติดตาม คือ
เรื่อง ข้อมูลส่วนบุคคล — เมื่อแพลตฟอร์มหนึ่งเชื่อมต่อกับหลายบริการในเครือ ข้อมูลพฤติกรรมการรับชมและการใช้จ่ายของเราก็จะถูกรวบรวมมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งไม่ได้แปลว่าจะมีปัญหาทันที แต่ผู้ใช้ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ให้ดีก่อนใช้งาน และรู้ว่าตัวเองยินยอมให้บริษัทใช้ข้อมูลของเราทำอะไรได้บ้าง ตามกรอบของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่บังคับใช้อยู่
ส่วนเรื่อง คุณภาพคอนเทนต์ ยังต้องรอดู เพราะซีรีส์แนวตั้งในไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โมเดลนี้ประสบความสำเร็จในจีนและเกาหลีมาแล้ว แต่ตลาดไทยมีรสนิยมและพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป จะดูดีแค่ไหนก็อยู่ที่คุณภาพของงานจริงๆ
"ถ้าเป็นพี่สยามเอง สิ่งที่รอดูมากที่สุดคือว่า ตาตั้ง จะเป็นแค่หน้าต่างใหม่ของคอนเทนต์เดิม หรือจะเป็นรูปแบบการเล่าเรื่องแบบใหม่จริงๆ เพราะถ้าแค่เอาซีรีส์เดิมมาตัดให้แนวตั้ง มันก็ไม่ต่างอะไรมากนัก แต่ถ้าเขียนบทใหม่ ถ่ายใหม่ โดยคิดมาเพื่อมือถือตั้งแต่ต้น นั่นแหละถึงจะน่าตื่นเต้น"
วิธีใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้
สำหรับคนที่สนใจ ลองติดตามการเปิดตัว "ตาตั้ง by TrueID" อย่างเป็นทางการ และลองใช้งานจริงก่อนตัดสิน คอนเทนต์ประเภทนี้เหมาะมากสำหรับช่วงเวลาว่างสั้นๆ ระหว่างวัน และถ้าคุณเป็นครีเอเตอร์หรือนักทำคอนเทนต์ ก็น่าจับตาดูว่าโมเดล CO CREATE จะเปิดโอกาสให้คนนอกเข้าร่วมได้จริงแค่ไหน
สุดท้ายแล้ว การแข่งขันในตลาดสตรีมมิงและคอนเทนต์ไทยกำลังร้อนแรงขึ้นทุกวัน ซึ่งในแง่หนึ่งก็ดีสำหรับพวกเราในฐานะผู้ชม เพราะยิ่งแข่งกันมาก ยิ่งมีแนวโน้มที่คอนเทนต์จะดีขึ้น ราคาจะเป็นธรรมขึ้น และตัวเลือกจะหลากหลายขึ้น
ตอนนี้ลองถามตัวเองสักนิดว่า วันนี้คุณดูคอนเทนต์ผ่านมือถือนานแค่ไหน? และถ้ามีซีรีส์ที่ออกแบบมาเพื่อมือถือจริงๆ คุณจะเปิดใจลองดูไหม?





