ซีรีส์แนวตั้งคืออะไร? ทำไมแพลตฟอร์มไทยถึงหันมาทุ่มกับฟอร์แมตนี้

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
ซีรีส์แนวตั้งคืออะไร? ทำไมแพลตฟอร์มไทยถึงหันมาทุ่มกับฟอร์แมตนี้

เวลาดูหนัง คุณจับโทรศัพท์แนวตั้งหรือแนวนอน?

ลองนึกภาพตัวเองนั่งรถไฟฟ้า นอนบนเตียง หรือเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูคลิปวิดีโอ — มีกี่คนที่จะหมุนโทรศัพท์เป็นแนวนอนก่อนดู? พี่สยามเดาว่าน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่เราจะถือโทรศัพท์แนวตั้งอยู่แล้ว แล้วก็กดดูเลย

นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของเทรนด์ที่กำลังเขย่าวงการสตรีมมิ่งทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย — นั่นคือ "ซีรีส์แนวตั้ง" หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Vertical Series ซึ่งถูกออกแบบมาให้ดูบนสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องหมุนจอเลย

ซีรีส์แนวตั้งต่างจากซีรีส์ปกติอย่างไร?

ซีรีส์ทั่วไปที่เราคุ้นเคยถูกถ่ายทำในอัตราส่วน 16:9 คือกว้างกว่าสูง เหมาะกับจอทีวีหรือโน้ตบุ๊ก แต่ซีรีส์แนวตั้งใช้อัตราส่วน 9:16 คือสูงกว่ากว้าง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เราถ่ายวิดีโอด้วยมือถือในชีวิตประจำวัน หรือที่เห็นบน TikTok, Instagram Reels, YouTube Shorts

แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามันแค่ "หมุนกล้องตั้ง" แล้วจบ เพราะซีรีส์แนวตั้งที่ทำมาดีจะมีความแตกต่างหลายอย่าง

  • องค์ประกอบภาพถูกจัดใหม่ทั้งหมด ตัวละครจะอยู่กลางจอ โคลสอัพหน้ามากขึ้น ไม่มีพื้นที่สูญเปล่าด้านข้าง
  • ตัดสั้นกว่าซีรีส์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ละตอนมักอยู่ที่ 3–15 นาที ให้ดูได้ในหนึ่งช่วงรอ
  • เนื้อหาดึงดูดเร็ว ต้องเปิดเรื่องให้ติดใจภายใน 10–15 วินาทีแรก ไม่งั้นคนสไลด์ผ่านทันที
  • ออกแบบมาสำหรับการดูคนเดียว บนมือถือ ไม่ต้องใช้หูฟัง ฉากส่วนใหญ่จึงใส่ซับไตเติ้ลและไม่พึ่งพาเสียงมากเกินไป

ทำไมเทรนด์นี้ถึงมาแรงระดับโลก?

ถ้าพูดตามความเป็นจริง เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนทำคอนเทนต์อยากทดลองอะไรใหม่ มันเกิดขึ้นเพราะ พฤติกรรมของคนดูเปลี่ยนไปก่อนแล้ว

จากข้อมูลของ Statista พบว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกถือโทรศัพท์ในแนวตั้งมากกว่า 94% ของเวลาใช้งานทั้งหมด และในไทยเองก็มีสัญญาณที่ชัดเจน เพราะ TikTok ครองตลาดวิดีโอสั้นมาหลายปี คนไทยคุ้นกับการดูเนื้อหาในจอตั้งอยู่แล้ว

ตลาดซีรีส์แนวตั้งในเอเชียโต้นำโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งมีแพลตฟอร์มอย่าง Kuaishou และ Douyin ที่ผลิตซีรีส์แนวตั้งออกมาเป็นร้อยเรื่องต่อปี บางเรื่องมียอดวิวหลักพันล้านครั้งในเวลาไม่กี่เดือน นั่นทำให้นักลงทุนและแพลตฟอร์มในประเทศอื่นๆ เริ่มหันมาจริงจังกับฟอร์แมตนี้มากขึ้น

ความท้าทายของการผลิตซีรีส์แนวตั้ง

ฟังดูเหมือนแค่หมุนกล้อง แต่ในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก และนี่คือเหตุผลที่ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์มจะทำสำเร็จ

1. ต้องเขียนบทใหม่ทั้งหมด

บทซีรีส์แนวตั้งต้องคิดต่างออกไปตั้งแต่ต้น เพราะเวลาน้อยลงมาก แต่ต้องให้ผู้ชมผูกพันกับตัวละครให้ได้ในเวลาสั้น โครงสร้างเรื่องต้องมี "Hook" ที่แข็งมากในตอนเปิด และ "Cliffhanger" ที่ดึงให้กดดูตอนถัดไป

ทรูไอดี เปิดเกม CO CREATE THE SERIES ดัน
ภาพ: www.thansettakij.com

2. มุมกล้องและการจัดแสงต้องออกแบบใหม่

กล้องที่ใช้ถ่ายซีรีส์ทั่วไปและซีรีส์แนวตั้งอาจเป็นตัวเดียวกัน แต่วิธีตั้งกล้อง มุมถ่าย และการจัดแสงต้องคิดใหม่ทั้งหมด เพราะพื้นที่กรอบภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง

3. ต้องเข้าใจผู้ชมลึกกว่าเดิม

คนดูซีรีส์แนวตั้งมีธรรมชาติที่ต่างจากคนดูซีรีส์ทีวี คือตัดสินใจเร็วกว่ามากว่าจะดูต่อหรือหยุด แพลตฟอร์มที่ทำสำเร็จต้องเข้าใจข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมแบบ Real-time และปรับเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบต่อวงการบันเทิงไทย

พี่สยามมองว่าการที่แพลตฟอร์มไทยอย่างทรูไอดีเริ่มลงทุนกับซีรีส์แนวตั้งอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เรื่องของนักธุรกิจหรือคนทำหนัง แต่มันส่งผลต่อเราทุกคนหลายระดับ

สำหรับคนดู นั่นหมายความว่าจะมีตัวเลือกคอนเทนต์คุณภาพสูงในฟอร์แมตที่สะดวกกว่าเดิม ไม่ต้องง้อจอทีวีเพื่อดูอะไรดีๆ

สำหรับคนทำคอนเทนต์ นี่คือโอกาสใหม่ที่เปิดกว้างมาก เพราะซีรีส์แนวตั้งต้องการนักเขียนบท ผู้กำกับ และทีมงานที่เข้าใจฟอร์แมตนี้ ซึ่งในไทยยังมีน้อยอยู่ คนที่พัฒนาทักษะด้านนี้ได้ก่อนจะได้เปรียบ

สำหรับโฆษกแบรนด์และนักการตลาด โฆษณาและ Sponsored Content ในฟอร์แมตแนวตั้งก็ต้องปรับตาม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่หลายแบรนด์ยังไม่ทันเตรียมรับมือ

แล้วในฐานะคนดู เราควรทำอะไร?

พี่สยามไม่ได้บอกให้ทุกคนกระโดดไปดูซีรีส์แนวตั้งทันที แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ดูคอนเทนต์บนมือถือเป็นหลัก ลองเปิดใจกับฟอร์แมตนี้ดู เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อชีวิตจริงของเรา ไม่ใช่เพื่อจอทีวีในห้องนั่งเล่นที่ไม่ได้เปิดทุกวันอีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อแพลตฟอร์มลงทุนกับซีรีส์แนวตั้งมากขึ้น คุณภาพของคอนเทนต์ในฟอร์แมตนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากในช่วงแรกที่ส่วนใหญ่เป็นแค่คลิปสั้นๆ ไม่มีโครงสร้างเรื่อง ตอนนี้เริ่มมีการลงทุนด้านบทและการผลิตอย่างจริงจังมากขึ้นแล้ว

พี่สยามคิดว่านี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับวงการบันเทิงไทย เพราะมันบังคับให้ทุกคนต้องคิดใหม่ ทำใหม่ และเข้าใจคนดูให้มากขึ้น — ไม่ใช่แค่ทำตามสูตรเดิมที่เคยได้ผลกับจอทีวีในยุคก่อน

เทรนด์มาแล้วเทรนด์ก็ไป แต่พฤติกรรมคนดูที่ถือมือถือแนวตั้งนั้น — พี่สยามว่ามันไม่มีทางเปลี่ยนกลับหรอกครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook