ไข้เลือดออกระยะแรก สัญญาณเตือนที่หลายคนมองข้าม จนป่วยหนักโดยไม่รู้ตัว

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
ไข้เลือดออกระยะแรก สัญญาณเตือนที่หลายคนมองข้าม จนป่วยหนักโดยไม่รู้ตัว

ไข้เลือดออกกำลังระบาดหนัก และตัวเลขน่าเป็นห่วงมาก

ถ้าใครติดตามข่าวสุขภาพช่วงนี้คงสังเกตได้ว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง สำหรับบ้านเรา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนซ้ำๆ ว่าฤดูกาลระบาดมาเร็วกว่าปกติและยาวนานขึ้นด้วย สภาพอากาศร้อนชื้นและน้ำขังตามจุดต่างๆ ในบ้านยังคงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายชั้นดี

ข้อมูลจากรายงานของเวียดนามซึ่งมีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกับไทยมากระบุว่า เฉพาะในปี 2026 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกมากกว่า 50,000 รายและมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นแค่ไข้ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว

nhieu-dau-hieu-sot-xuat-huyet-chi-xuat-hien-khi-benh-bat-dau-chuyen-nang
nhieu-dau-hieu-sot-xuat-huyet-chi-xuat-hien-khi-benh-bat-dau-chuyen-nang

ทำไมหลายคนถึงรู้ตัวช้า ทั้งที่อาการเริ่มมาสักพักแล้ว

นี่คือประเด็นที่พี่สยามอยากพูดถึงมากที่สุด เพราะปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ว่าโรคนี้รักษาไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าตัวเองแค่เป็นหวัดธรรมดา แล้วก็ซื้อยากินเองอยู่ที่บ้าน จนกว่าจะรู้ว่าผิดปกติ บางทีก็สายไปแล้ว

อาการในระยะแรกของไข้เลือดออกนั้น ต้องยอมรับตรงๆ ว่ามันดูเหมือนไข้หวัดมากจริงๆ ไข้สูงถึง 40.5 องศาเซลเซียส ปวดหัวรุนแรง ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ อ่อนเพลียทั้งตัว บางรายมีผื่นขึ้น คลื่นไส้ หรืออาเจียน อาการเหล่านี้กินเวลา 2-7 วัน และมักทำให้คนเข้าใจว่าเป็นแค่ไข้หวัดใหญ่หรือไข้ไวรัสทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเน้นย้ำว่า ถ้าไข้ไม่ยอมลงหลังจากผ่านไป 2 วัน หรือมีอาการปวดเมื่อยผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดยืนยัน อย่านั่งเดาเองที่บ้าน

nganh-y-te-khuyen-cao-so-ca-sot-xuat-huyet-dang-co-xu-huong-gia-tang
nganh-y-te-khuyen-cao-so-ca-sot-xuat-huyet-dang-co-xu-huong-gia-tang

วันที่ 3-7 คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด อย่าวางใจแม้ไข้จะเริ่มลด

นี่คือเรื่องที่หลายคนไม่รู้และอาจทำให้เสียชีวิตได้ คือเมื่อไข้เริ่มลดลงในช่วงวันที่ 3-7 หลายคนนึกว่าตัวเองหายแล้ว แต่ความจริงคือช่วงนี้แหละที่อันตรายที่สุด เป็นช่วงที่โรคอาจ "พลิก" เข้าสู่ระยะวิกฤติโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีมีดังนี้

  • ปวดท้องบริเวณตับ หรือปวดท้องรุนแรงผิดปกติ
  • อาเจียนบ่อย ไม่สามารถดื่มน้ำได้เพียงพอ
  • เลือดออกตามไรฟัน หรือเลือดกำเดาไหล
  • มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือจ้ำเลือดขึ้นตามตัว
  • อุจจาระดำหรือมีเลือดปน
  • มือเท้าเย็น ชีพจรเบา ซึมลง ไม่ค่อยรู้สึกตัว

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่แพทย์เรียกว่า Plasma Leakage (การรั่วของน้ำเลือดออกจากเส้นเลือด) ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาทัน อาจนำไปสู่ภาวะช็อคหรือเลือดออกในอวัยวะภายในได้

Những dấu hiệu sốt xuất huyết dễ bị bỏ qua khiến bệnh chuyển nặng
Những dấu hiệu sốt xuất huyết dễ bị bỏ qua khiến bệnh chuyển nặng

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้ว่าทุกคนมีโอกาสติดไข้เลือดออกได้เท่ากัน แต่มีบางกลุ่มที่เมื่อป่วยแล้วมีโอกาสอาการหนักมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่า 5 ปี ที่ร่างกายยังสู้โรคได้ไม่เต็มที่
  • ผู้สูงอายุ ที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มอ่อนแอลง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคไต
  • ผู้ที่เป็นไข้เลือดออกซ้ำ การติดเชื้อครั้งที่สองจากสายพันธุ์ที่ต่างออกไปมีความเสี่ยงอาการรุนแรงกว่าครั้งแรก

ถ้าคนในบ้านอยู่ในกลุ่มนี้ ต่อให้อาการดูไม่หนักในช่วงแรก ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดการเจ็บป่วย

ไข้เลือดออกยังไม่มียารักษาจำเพาะ แต่มีสิ่งที่ทำได้

ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้คือปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่รักษาไข้เลือดออกได้โดยตรง การรักษาเน้นไปที่การประคับประคองอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน สำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ให้เพียงพอ และกินยาลดไข้ที่ถูกต้อง

คำเตือนสำคัญ: ห้ามกินยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพราะยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งอาจทำให้เลือดออกรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยไข้เลือดออก ให้ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในการลดไข้เท่านั้น และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิด

ถ้าผู้ป่วยดื่มน้ำแล้วอาเจียนออกมาหมด หรือมีสัญญาณเตือนที่กล่าวมาข้างต้น นั่นหมายความว่าต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล ไม่ใช่นอนรักษาอยู่ที่บ้านต่อไป

มุมมองพี่สยาม: เรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด

พูดตรงๆ เลยนะ พี่สยามเองก็เคยชะล่าใจกับไข้เลือดออกมาก่อน เพราะคิดว่า "แค่ยุงกัด จะได้อะไรมากมาย" แต่พอได้ทำความเข้าใจเรื่องนี้จริงจัง ถึงรู้ว่ามันอันตรายกว่าที่คิดในบางราย โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าอาการอาจดูดีขึ้นก่อนแล้วค่อยแย่ลงอย่างรวดเร็ว มันเป็นโรคที่ต้องระวังตลอดทั้ง 7 วัน ไม่ใช่แค่ตอนไข้สูงสุด

สิ่งที่ทำได้จริงๆ ในชีวิตประจำวันคือกำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้านทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นจานรองกระถางต้นไม้ ขวดน้ำเปล่า หรือกระป๋องที่วางทิ้งไว้ และถ้าตัวเองหรือคนในบ้านมีไข้สูงติดกัน 2 วันโดยไม่มีอาการไอน้ำมูกชัดเจน ก็ควรนึกถึงไข้เลือดออกไว้ด้วยและรีบไปตรวจ อย่ารอให้หนักก่อนแล้วค่อยไป

สุขภาพดีเอาไว้ก่อน ดีกว่าแก้ทีหลังเสมอครับ

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Suc Khoe

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook