6 สัญญาณบนผิวหนังที่บอกว่าไตกำลังมีปัญหา แพทย์เตือนอย่ามองข้าม

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
6 สัญญาณบนผิวหนังที่บอกว่าไตกำลังมีปัญหา แพทย์เตือนอย่ามองข้าม

หลายคนอาจคิดว่าผิวหนังแห้ง คัน หรือสีผิวเปลี่ยนไปนิดหน่อย มันก็แค่เรื่องของอากาศหรือริ้วรอยตามอายุ แต่รู้ไหมว่าในทางการแพทย์ ผิวหนังถือเป็น "กระจกสะท้อน" สุขภาพภายในร่างกายที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง และบางครั้งสิ่งที่เราเห็นบนผิวอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า ไต กำลังทำงานผิดปกติอยู่ก็ได้

ข้อมูลจาก นพ. Rinky Kapoor แพทย์ผิวหนังจาก The Esthetic Clinics ประเทศอินเดีย ระบุว่า ไตมีบทบาทสำคัญในการกรองเลือดและขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อไตเริ่มทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร สารพิษที่ไม่ถูกกำจัดออกไปก็จะสะสมอยู่ในเลือด และส่งผลกระทบต่ออวัยวะหลายส่วน รวมถึงผิวหนังด้วย

6 สัญญาณบนผิวหนังที่ควรระวัง

1. ผิวแห้งผิดปกติและเรื้อรัง

ผิวแห้งธรรมดากับผิวแห้งที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพมันต่างกันนะครับ สัญญาณแรกที่ต้องสังเกตคือผิวหนังที่แห้งอย่างเห็นได้ชัดและต่อเนื่องนาน โดยไม่ดีขึ้นแม้จะทาโลชั่นหรือดื่มน้ำมากขึ้นแล้ว ผิวจะรู้สึกหยาบกระด้าง อาจมีการลอกเป็นขุย หรือแตกแห้งตามข้อพับต่าง ๆ

เหตุผลที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าเมื่อไตทำงานได้ลดลง มันส่งผลต่อสมดุลของน้ำในร่างกายและการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้ผิวหนังขาดความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ

2. อาการคันทั่วร่างกาย โดยเฉพาะตอนกลางคืน

อาการคันผิวหนังโดยไม่มีผื่นหรือสาเหตุชัดเจน โดยเฉพาะแบบที่คันทั้งตัวและหนักขึ้นในช่วงกลางคืน เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease หรือ CKD)

นอกจากจะทรมานทางกายแล้ว อาการนี้ยังรบกวนการนอนหลับ ทำให้ผู้ที่เป็นรู้สึกอ่อนเพลียสะสมไปด้วย คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างมากโดยที่หลายคนยังไม่รู้ว่าต้นตอมาจากไตเลย

3. รอยข่วนและแผลเรื้อรังบนผิว

เมื่อคันมาก คนส่วนใหญ่ก็จะเกา และถ้าเกาบ่อยครั้งนาน ๆ ผิวหนังก็จะเกิดรอยถลอก บาดแผลเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่น่ากังวล แต่ถ้าแผลเหล่านี้หายช้าหรือไม่ยอมหาย ก็เป็นสัญญาณที่ต้องระวัง

สำหรับคนที่ภูมิคุ้มกันลดลงจากปัญหาไต แผลเล็ก ๆ เหล่านี้อาจลุกลามกลายเป็นแผลอักเสบติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนปกติมาก ฉะนั้นอย่ามองข้ามนะครับ

4. ผิวคล้ำขึ้น สีไม่สม่ำเสมอ

เมื่อของเสียในเลือดสะสมมากขึ้นเพราะไตกรองไม่ทัน มันสามารถส่งผลต่อสีผิวได้ครับ บางคนจะสังเกตว่าผิวดูคล้ำขึ้นผิดปกติ หมองหรือด้านลง หรืออาจมีจุดที่ผิวคล้ำกว่าบริเวณอื่น ๆ โดยไม่มีสาเหตุจากแสงแดด

ปัญหาคืออาการนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงผลจากแสงแดดหรือความชราตามวัย ทำให้หลายคนปล่อยผ่านโดยไม่ได้ตรวจสอบเพิ่มเติม

5. สีผิวผิดปกติ เทา เหลืองอ่อน หรือไม่สม่ำเสมอ

นอกจากผิวคล้ำแล้ว บางรายอาจพบการเปลี่ยนแปลงสีที่ชัดเจนกว่านั้น เช่น ผิวออกโทนเทาหม่น หรือมีสีเหลืองอ่อน ๆ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต

ในบางกรณียังพบว่าผิวหนังอาจหนาขึ้นและสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งสะท้อนว่าร่างกายอาจมีความผิดปกติด้านการเผาผลาญมาระยะหนึ่งแล้ว

6. ผื่นแดงหรือรอยอักเสบบนผิวหนัง

สัญญาณสุดท้ายที่ไม่ควรมองข้ามคือผื่นแดงหรือบริเวณผิวที่อักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากของเสียที่สะสมในร่างกายกระตุ้นให้ผิวหนังตอบสนองด้วยการอักเสบ

ผื่นเหล่านี้มักมาพร้อมกับอาการคัน อาจอยู่เฉพาะที่หรือกระจายออกไปเรื่อย ๆ และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก

พี่สยามอยากพูดตรง ๆ

ส่วนตัวพี่สยามอ่านข้อมูลนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงคนไทยมากเลยครับ เพราะต้องยอมรับว่าพวกเราส่วนใหญ่มักไม่ค่อยใส่ใจสัญญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ บนร่างกายตัวเองสักเท่าไหร่ ผิวแห้งก็ทาครีม คันก็หายาทา ผิวคล้ำก็โทษแดด โดยไม่เคยนึกว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณจากไตก็ได้

ถ้าเป็นพี่เจอแบบนี้ในตัวเอง โดยเฉพาะถ้ามีอาการหลายข้อพร้อมกัน พี่ไม่รอแน่นอนครับ ไปหาหมอก่อนเลย เพราะโรคไตในระยะแรก ๆ มักไม่มีอาการเจ็บปวดชัดเจน กว่าจะรู้ตัวบางทีก็เสียดายเวลาที่ผ่านไปแล้ว

ผลกระทบต่อคนไทยที่น่าเป็นห่วง

ข้อมูลจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยมากกว่า 8 ล้านคน และยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ตัวว่าป่วย สาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเสี่ยงต่อโรคไตมากขึ้นได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การกินยาแก้ปวดสม่ำเสมอ และพฤติกรรมการกินที่มีโซเดียมสูง

สิ่งที่น่ากังวลคือคนไทยจำนวนมากยังขาดการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการตรวจการทำงานของไต (ค่า Creatinine และค่า eGFR) ทำให้หลายคนรู้ว่าตัวเองมีปัญหาเมื่อโรคดำเนินไปมากพอสมควรแล้ว

6 dấu hiệu trên da có thể cảnh báo thận đang suy yếu, bác sĩ khuyến cáo không nên bỏ qua
6 dấu hiệu trên da có thể cảnh báo thận đang suy yếu, bác sĩ khuyến cáo không nên bỏ qua

เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์

แพทย์เน้นย้ำว่าอาการผิวหนังเหล่านี้ ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคไตได้โดยตรง เพราะโรคผิวหนังหลายชนิดก็มีอาการคล้ายกัน แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมกับสัญญาณอื่น ๆ ต่อไปนี้ ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีครับ

  • ขาหรือเท้าบวม โดยเฉพาะตอนเช้า
  • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น มีฟองมาก สีเข้มผิดปกติ หรือปัสสาวะน้อยลงมาก
  • อ่อนเพลียเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ความดันโลหิตสูงขึ้นผิดปกติ
  • คลื่นไส้หรือเบื่ออาหารต่อเนื่อง

"ในหลายกรณี การเปลี่ยนแปลงบนผิวหนังอาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของความผิดปกติของไต การตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้การรักษาได้ผลดีกว่าและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาว" — นพ. Rinky Kapoor, The Esthetic Clinics

ดูแลไตก่อนจะสาย ทำได้ตั้งแต่วันนี้

ถ้าอยากให้ไตแข็งแรง ไม่ต้องทำอะไรซับซ้อนเลยครับ แค่เริ่มจากพฤติกรรมง่าย ๆ เหล่านี้ก็ช่วยได้มาก

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ วันละ 6-8 แก้ว อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ
  • ลดเค็ม ลดโซเดียม ไตต้องทำงานหนักมากเมื่อได้รับโซเดียมเกิน
  • ระวังการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน หรือนาพร็อกเซน อย่ากินเองบ่อย ๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ตรวจสุขภาพประจำปี และขอให้แพทย์ตรวจการทำงานของไตด้วยทุกครั้ง
  • ควบคุมโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานและความดัน เพราะทั้งสองโรคนี้ทำลายไตได้โดยตรง

พี่สยามอยากบอกว่าไตเป็นอวัยวะที่ "เงียบ" มาก มันทนทำงานหนักโดยไม่บอกเราจนกว่าจะถึงขีดสุด อาการบนผิวหนังที่พูดถึงนี้อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่ร่างกายส่งสัญญาณมาบอก ดังนั้นถ้าสังเกตเห็นอะไรผิดปกติที่คงค้างอยู่นาน อย่ารีรอครับ ไปคุยกับแพทย์ดีกว่า เพราะรู้ไวแก้ทันเสมอ

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Suc Khoe

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook