บุกตรวจมินิมาร์ทต่างชาติกลางภูเก็ต พบสินค้านำเข้าไร้ฉลากไทย-ไม่มีเอกสารที่มา

พี่สยาม
พี่สยาม
อาชญากรรม
ขนาดตัวอักษร
บุกตรวจมินิมาร์ทต่างชาติกลางภูเก็ต พบสินค้านำเข้าไร้ฉลากไทย-ไม่มีเอกสารที่มา

ถ้าพี่สยามเดินเข้าร้านแล้วหยิบสินค้าขึ้นมาอ่านฉลากแล้วไม่เจอตัวอักษรไทยแม้แต่คำเดียว — นั่นคือสัญญาณเตือนที่ควรวางของลงแล้วเดินออกมาทันที เพราะนั่นหมายความว่าผู้บริโภคอย่างเราไม่มีทางรู้เลยว่าของที่กำลังจะซื้อนั้นมีส่วนผสมอะไร ผ่านการตรวจสอบจากใคร และมาจากไหน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงที่ภูเก็ต และมีการลงมือจัดการแล้วเมื่อ 28 กรกฎาคม 2569

ชุดบูรณาการบุกตรวจถนนระนอง

ตามรายงานของข่าวสด เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2569 นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าฯ ในฐานะรักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของปลัดกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในอำเภอเมืองภูเก็ต

ภาพ: www.khaosod.co.th

การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ฝ่ายปกครองเพียงหน่วยเดียว แต่รวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกันเลย ทั้ง สำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต, ด่านศุลกากรภูเก็ต, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอเมืองภูเก็ต เรียกว่าครบเครื่องทุกด้านจริงๆ

เป้าหมายของการบุกตรวจคือร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่งบนถนนระนอง ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต ลักษณะเป็นร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้ามาจากประเทศแถบอาหรับและตะวันออกกลาง โดยใช้ลูกจ้างเป็นคนไทย

ภาพ: www.khaosod.co.th

พบอะไรบ้างในร้าน?

ผลการตรวจสอบพบปัญหาหลายจุดพร้อมกัน ได้แก่

  • ไม่พบเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลและทะเบียนพาณิชย์แสดงไว้ตามที่กฎหมายกำหนด
  • สินค้าบางรายการไม่มีการแสดงราคา
  • ผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดไม่มีเลขสารบบอาหาร หรือที่เรารู้จักกันว่า "เลข อย." ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงว่าสินค้านั้นผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • สินค้านำเข้าหลายรายการไม่มีฉลากภาษาไทยระบุรายละเอียดสินค้า ชื่อผู้ผลิต และชื่อผู้นำเข้า
  • ไม่สามารถแสดงเอกสารแหล่งที่มาของสินค้าและหลักฐานการเสียภาษีได้

สรุปคือปัญหามัดรวมกันอยู่หลายชั้นมาก ทั้งด้านทะเบียนธุรกิจ ความปลอดภัยของอาหาร และภาษีนำเข้า เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรภูเก็ตร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจึงดำเนินการตรวจยึดสินค้าที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเอกสารหลักฐานมาแสดงภายในเวลาที่กำหนด

ภาพ: www.khaosod.co.th

กระทบใครบ้าง และเราควรรู้อะไร?

พี่สยามอยากให้ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าสินค้าอาหารนำเข้าไม่มีฉลากภาษาไทย เราจะรู้ได้ยังไงว่ามีส่วนผสมที่เราแพ้อยู่หรือเปล่า? วันหมดอายุอยู่ตรงไหน? ผ่านการตรวจโรงงานตามมาตรฐานไหม? สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้อาหารบางชนิด การซื้อสินค้าที่ไม่มีฉลากไทยถือเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลได้จริง

ในมุมของเศรษฐกิจ ร้านค้าที่ไม่มีทะเบียนพาณิชย์และไม่เสียภาษีนำเข้าอย่างถูกต้อง ย่อมมีต้นทุนต่ำกว่าร้านค้าที่ทำตามกฎหมายทุกอย่าง และนั่นก็หมายความว่าผู้ประกอบการไทยที่เดินถูกทางกลับต้องแข่งกันในสนามที่ไม่เท่ากัน ซึ่งไม่ยุติธรรมเลยสักนิด

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาภูเก็ต หลายคนก็ชอบซื้อสินค้านำเข้าจากบ้านเกิดเพื่อความคุ้นเคย ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ถ้าร้านที่จำหน่ายไม่ผ่านมาตรฐาน ผู้ซื้อเองก็รับความเสี่ยงไปด้วย

สิ่งที่ควรระวังในฐานะผู้บริโภค

ไม่ว่าจะซื้อของที่ภูเก็ต กรุงเทพฯ หรือที่ไหนก็ตาม มีหลักง่ายๆ ที่พี่สยามอยากฝากไว้ครับ

  • เช็กฉลากภาษาไทยก่อนซื้อทุกครั้ง — กฎหมายไทยกำหนดให้สินค้าอาหารนำเข้าต้องมีฉลากภาษาไทยระบุข้อมูลสำคัญ ถ้าไม่มี ให้ระวัง
  • มองหาเลข อย. — เลขสารบบอาหารที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรและตัวเลข คือสัญลักษณ์ว่าสินค้านั้นผ่านการตรวจรับรองจากหน่วยงานไทย
  • ถ้าสงสัย ร้องเรียนได้เลย — ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสสินค้าผิดกฎหมายได้ที่สายด่วน อย. โทร 1556 หรือแจ้งต่อสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐยังคงเฝ้าระวังและลงพื้นที่จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ในฐานะผู้บริโภค เราเองก็ต้องช่วยกันสังเกตและไม่นิ่งเฉยเมื่อเจอสินค้าที่ดูน่าสงสัย เพราะสุดท้ายความปลอดภัยในการกินการใช้ของทุกวัน ก็คือเรื่องของเราทุกคนโดยตรงครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook