เหตุเกิดที่หน้าบ้าน: รากฐานวัยเด็กของ สุรชาติ สารีพิมพ์ นักเตะ 40 ปีที่ยังวิ่งไม่มีหมด

พี่สยาม
พี่สยาม
กีฬา
ขนาดตัวอักษร
เหตุเกิดที่หน้าบ้าน: รากฐานวัยเด็กของ สุรชาติ สารีพิมพ์ นักเตะ 40 ปีที่ยังวิ่งไม่มีหมด

วัย 40 ปี แต่ฟิตกว่าคนอายุ 25 หลายคน

ถ้าพูดถึงนักฟุตบอลไทยที่ยังคงลงสนามในลีกอาชีพระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบในวัย 40 ปี ชื่อของ สุรชาติ สารีพิมพ์ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว เพราะขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนทยอยแขวนสตั๊ดกันไปทีละคนสองคน เจ้าของเสื้อหมายเลข 9 ของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กลับยังวิ่งคอร์สเต็ม ๆ ตลอด 90 นาที และยังทำประตูได้อยู่เป็นระยะ

แต่ความฟิตระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน ไม่ได้มาจากแค่การฝึกซ้อมหนัก หรือโภชนาการดี แต่มันฝังรากมาตั้งแต่วัยเด็กในช่วงเช้ามืดริมแม่น้ำโขง จังหวัดเลย กับเรื่องเล่าเล็ก ๆ ที่ฟังดูธรรมดา แต่มีคุณค่ามหาศาล

จุดเริ่มต้นจากปากชม ถึงริมโขง

สุรชาติ สารีพิมพ์ เกิดและเติบโตที่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย ในปี พ.ศ. 2529 มีพ่อเป็นคนไทย แม่เป็นคนลาว แต่เติบโตในประเทศไทยตั้งแต่แรกเกิด เรียนอนุบาลและประถมต้นที่โรงเรียนชุมชนบ้านปากชม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดเลียบชายแดนไทย-ลาว เลาะริมแม่น้ำโขง และอยู่ห่างไกลจากความเจริญพอสมควร

เขาเล่าผ่านรายการ BGPU PODCAST ว่าในละแวกที่เขาอยู่นั้น โอกาสเข้าถึงกีฬาอย่างจริงจังแทบไม่มีเลย สนาม อุปกรณ์ โค้ช หรือสโมสรเยาวชนแบบที่เด็กเมืองมีกันนั้นไม่ต้องพูดถึง สำหรับเด็กต่างจังหวัดในยุคนั้น ความฝันเรื่องกีฬาระดับชาติอาจดูไกลเกินเอื้อม

แต่บางครั้งข้อจำกัดต่างหากที่สร้างคน

ตี 4 ครึ่ง หมอก และรองเท้าผ้าใบคู่เก่า

เรื่องราวที่ทำให้พี่สยามได้ยินแล้วอดยิ้มไม่ได้คือเรื่องของการวิ่งหน้าบ้าน ฟังดูธรรมดามากจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของนักเตะระดับทีมชาติ

แม่ของสุรชาติขายขนมจีนและก๋วยเตี๋ยว ต้องตื่นตี 4 ถึงตี 5 ทุกวันเพื่อเตรียมน้ำซุป เครื่องปรุง และจัดร้าน ลูกชายตื่นมาพร้อมแม่ แต่ยังเล็กเกินกว่าจะช่วยอะไรได้มาก ก็เลยทำสิ่งที่เด็กในวัยนั้นทำได้ นั่นคือ สวมรองเท้าผ้าใบออกวิ่งเล่นหน้าบ้าน

"คือผมไปช่วยอะไรแม่ไม่ได้หรอกครับ แต่ผมตื่นมาผมจะมาวิ่ง ผมจะวิ่งที่หน้าบ้านเป็นถนนหลัก คือวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านนี่แหละครับ ที่ต่างจังหวัดช่วงตี 4-5 มันจะมืดมาก บรรยากาศดี มีหมอกมีอะไร ผมชอบบรรยากาศแบบนั้น"

— สุรชาติ สารีพิมพ์

วิ่งหน้าบ้านทุกเช้า ค่อย ๆ ไกลขึ้น จากถนนหน้าบ้านไปอีกหมู่บ้าน ไปอีกตำบล กลายเป็นนิสัยที่ฝังลึกอยู่ในตัวโดยไม่รู้ตัว ไม่มีโค้ชสั่ง ไม่มีโปรแกรมฝึก มีแค่เด็กคนหนึ่งกับความมืดและสายหมอกยามเช้า

จากถนนดินสู่ลู่กรีฑา: นักวิ่งระยะสั้นตัวจริง

ความรักในการวิ่งที่สะสมมาทุกเช้านั้นพัฒนาสุรชาติให้กลายเป็น นักกรีฑา อย่างจริงจัง เขาเริ่มแข่งขันในรายการระดับอำเภอในระยะ 50 เมตร, 80 เมตร และ 100 เมตร ซึ่งเขาบอกเองว่า "กินเรียบเลยครับ" ก่อนจะก้าวขึ้นไปเป็นตัวแทนอำเภอปากชมแข่งในระดับจังหวัด

นี่คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้สุรชาติมีสปีดระเบิดที่ต่างจากนักเตะทั่วไป สปีดต้นแบบนักวิ่งระยะสั้นนั้นหายาก และเมื่อเอามาใส่ในฟุตบอลมันยิ่งทรงพลัง เพราะในสนามขนาด 105 x 68 เมตร ช่วง 20-30 เมตรแรกคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างนักเตะธรรมดากับนักเตะระดับสูง

เส้นทางสู่ฟุตบอลอาชีพ

เมื่อเริ่มรู้จักฟุตบอล สุรชาติก็โยกความมุ่งมั่นมาลงที่กีฬาชนิดนี้อย่างเต็มตัว ด้วยสปีดจากกรีฑาและนิสัยฝึกซ้อมที่สร้างมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ช่วงมัธยมปลายเขาได้เข้าเรียนที่ โรงเรียนปทุมคงคา กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอลเยาวชนที่สุดของไทย

หลังจบการศึกษา เขาได้ร่วมงานกับ ปตท. ก่อนจะได้รับโอกาสจาก สโมสรเพื่อนตำรวจ และกลายเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรแห่งนั้น ด้วยการอยู่กับทีมกว่า 10 ปี จนได้รับฉายา "สุภาพบุรุษโล่เงิน" ติดตัวมา

กระทั่งปี 2016 เมื่อสโมสรเพื่อนตำรวจต้องยุบทีมเพราะปัญหาการเงิน สุรชาติก็ย้ายมาสังกัด บางกอกกล๊าส เอฟซี หรือที่รู้จักกันในชื่อ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน และก็อยู่ที่นี่มาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยสถิติลงสนามแล้วกว่า 236 นัด ทำประตูไปแล้ว 57 ลูก กำลังก้าวขึ้นเป็นตำนานอีกสโมสรหนึ่ง

บทเรียนจากสุรชาติ สิ่งที่คนไทยทุกคนเอาไปใช้ได้

ถ้าพี่สยามต้องสรุปเรื่องราวของสุรชาติเป็นบทเรียน คงต้องบอกว่านี่คือตัวอย่างที่ดีมากของการ สร้างนิสัยจากชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จากโปรแกรมฝึกซ้อมราคาแพง ไม่ใช่จากสโมสรที่มีโค้ชระดับโลก แต่มาจากการที่แม่ต้องขายของแต่เช้า แล้วเด็กคนหนึ่งไม่มีอะไรทำก็เลยออกวิ่ง

  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเข้มข้น: สุรชาติไม่ได้ฝึกหนักวันเดียวแล้วหยุด แต่วิ่งทุกเช้าจนเป็นนิสัย นี่คือหัวใจของการพัฒนาร่างกายที่ยั่งยืน
  • รากฐานดีมีชัยไปกว่าครึ่ง: การเป็นนักกรีฑาระยะสั้นก่อนมาเล่นฟุตบอลทำให้เขามีระบบหัวใจและปอดที่แข็งแกร่งกว่าคนที่เริ่มต้นจากฟุตบอลโดยตรง
  • ข้อจำกัดบางอย่างคือโอกาสในรูปแบบอื่น: การที่ไม่มีอุปกรณ์กีฬา ไม่มีสนาม ทำให้เขาหันมาวิ่ง ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของอาชีพเขา

มุมมองของพี่สยาม

ได้ยินเรื่องนี้แล้วพี่สยามนึกถึงตัวเองตอนเด็กขึ้นมาเลย ถ้าเราเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานตั้งแต่เช้ามืด ต้องตื่นมาพร้อมกัน บางทีมันก็สร้างนิสัยดี ๆ ให้เราโดยที่ไม่รู้ตัว สุรชาติไม่ได้ถูก "บังคับ" ให้ออกกำลังกาย แต่เขา "เลือก" วิ่งเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ในเช้านั้น แล้วมันก็ติดตัวเขามาตลอด 40 กว่าปี

ในยุคที่เด็กไทยส่วนใหญ่มีมือถือ มีเกม มีทีวี และมีอะไรทำตลอดเวลา เรื่องของสุรชาติอาจเป็นตัวอย่างที่ดีให้พ่อแม่ได้คิดว่า บางทีการให้เด็กมีเวลาว่าง "ไม่มีอะไรทำ" แล้วปล่อยให้เขาค้นหาตัวเองนั้นมีค่ามากแค่ไหน

และสำหรับเด็กต่างจังหวัดที่รู้สึกว่าโอกาสอยู่ไกลเกินเอื้อม เรื่องราวของชายคนหนึ่งจากปากชม เลย ที่วิ่งเล่นหน้าบ้านตอนตี 4 ครึ่ง แล้วได้ใส่เสื้อทีมชาติไทย บอกว่า ที่ไหนก็เริ่มต้นได้ ถ้าใจพร้อม

ขอเป็นกำลังใจให้ "น้าเก่ง" สุรชาติ สารีพิมพ์ ยังคงวิ่งต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่ร่างกายจะอนุญาต และขอฝากเรื่องนี้ไว้ให้คนไทยทุกคนได้อ่านแล้วคิดตาม เพราะบางครั้งตำนานไม่ได้เริ่มต้นในสนามใหญ่โต แต่เริ่มจากถนนดินหน้าบ้านยามหมอกเช้าตรู่

ขอบคุณข้อมูล: Sporting News Thailand

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook