เยอรมนีเคยเป็นราชาฟุตบอลโลก แต่วันนี้ต้องยอมรับว่า 'ไม่เหมือนเดิมแล้ว'

พี่สยาม
พี่สยาม
กีฬา
ขนาดตัวอักษร
เยอรมนีเคยเป็นราชาฟุตบอลโลก แต่วันนี้ต้องยอมรับว่า 'ไม่เหมือนเดิมแล้ว'

จากราชาที่ไม่เคยพ่าย สู่ทีมที่แพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้าพูดถึงทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ชื่อของ เยอรมนี หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในนาม Die Mannschaft ต้องอยู่ในลิสต์นั้นแน่นอน ทีมที่คว้าแชมป์โลกมาได้ถึง 4 สมัย เคยขึ้นโพเดียม FIFA ถึง 12 ครั้ง ซึ่งมากกว่าชาติอื่นในโลกถึง 3 ครั้ง และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เยอรมนีมักจะ "แพ้อย่างมีเกียรติ" เสมอ ไม่ใช่แพ้แบบน่าอาย

แต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 ที่สนามใกล้บอสตัน สหรัฐอเมริกา ภาพที่หลายคนคิดว่าจะไม่มีวันเห็นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เยอรมนีตกรอบฟุตบอลโลกด้วยการแพ้ ปารากวัย ในการดวลจุดโทษ ทีมที่เพิ่งโดนสหรัฐอเมริกาถล่มไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน และปัจจุบันอยู่อันดับโลกแค่ที่ 34 เท่านั้น

Germany players react after being knocked out of the World Cup by Paraguay
Germany players react after being knocked out of the World Cup by Paraguay

ไทม์ไลน์แห่งความรุ่งโรจน์ ก่อนจะมาถึงจุดตกต่ำ

เพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันช็อกแค่ไหน ต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ก่อน ระหว่างปี 2002-2014 เยอรมนีทำผลงานในฟุตบอลโลกได้อย่างสม่ำเสมอน่าทึ่งมาก

  • 2002: รองแชมป์โลก
  • 2006: อันดับสาม (จัดแข่งที่บ้านตัวเอง)
  • 2010: อันดับสาม
  • 2014: แชมป์โลก หลังถล่มบราซิลเจ้าภาพ 7-1 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนเอาชนะอาร์เจนตินาในรอบชิง

สี่ทัวร์นาเมนต์ สี่ครั้งที่ขึ้นโพเดียม นี่คือมาตรฐานของเยอรมนีในยุคนั้น และมันทำให้หลายคนเชื่อว่านี่คือ "ทีมที่ไม่มีวันหล่น" ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แล้วอะไรเปลี่ยนไป? สามทัวร์นาเมนต์แห่งฝันร้าย

หลังจากยกถ้วยที่บราซิลในปี 2014 Die Mannschaft ก็เริ่มเดินลงเนินอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน

ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย คือหายนะครั้งแรก เยอรมนีแพ้เม็กซิโก เอาชนะสวีเดนได้อย่างหืดจับ แล้วก็จบด้วยการแพ้เกาหลีใต้ ตกรอบแบ่งกลุ่มในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งนั่นถือว่าหน้าแตกมากพออยู่แล้ว

ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ก็ไม่ต่างกัน แพ้ญี่ปุ่นในนัดแรก เสมอสเปน เอาชนะคอสตาริกา แต่ก็ยังไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง เพราะผลของนัดอื่นทำให้โชคไม่เข้าข้าง

ฟุตบอลโลก 2026 คือครั้งนี้ ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ แต่กลับมาตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้จุดโทษต่อปารากวัย โดย ไค ฮาเวิร์ตซ์, นิค โวลเทมาเด และ โจนาธาน ทาห์ ต่างพลาดจุดโทษ ซ้ำร้าย ทาห์ยังมีประตูที่ถูกยกเลิกจาก VAR ในช่วงท้ายเกมด้วย

"นี่คือการตกรอบครั้งที่สามติดต่อกัน และมันหมายความว่าเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มทีมชั้นหนึ่งอีกต่อไปแล้ว" — จูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือทีมชาติเยอรมนี

Philipp Lahm of Germany lifts the World Cup trophy with team-mates after defeating Argentina 1-0 in extra time
Philipp Lahm of Germany lifts the World Cup trophy with team-mates after defeating Argentina 1-0 in extra time

เกิดอะไรขึ้นในสนาม? เมื่อปารากวัยสร้างประวัติศาสตร์

ตลอด 42 นาทีแรก เกมแทบไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ทั้งสองทีมดูเหมือนกำลังรอให้อีกฝ่ายเปิดเกมก่อน แต่แล้วปารากวัยก็ฉีกเกมได้อย่างสวยงาม

มิเกล อัลมิรอน รับบอลจากการเคลียร์คอร์เนอร์ที่ไม่สะอาดของเยอรมนี จ่ายบอลแบบย้อนหลังสุดคลาสสิกให้ มาเทียส กาลาร์ซา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีม Atlanta United กันมาด้วย ก่อนที่ครอสแม่นของกาลาร์ซาจะนำไปสู่ประตูนำของปารากวัยผ่าน ฆูลิโอ เอนซิโซ

เยอรมนีตามตีได้โดยไค ฮาเวิร์ตซ์ ก่อนที่เกมจะดำเนินต่อไปจนถึงช่วงท้าย ซึ่งโจนาธาน ทาห์ ทำประตูได้ แต่ VAR ตัดสินว่าล้ำหน้า เกมจบ 1-1 และนำไปสู่การดวลจุดโทษที่เยอรมนีพ่ายอย่างจืดชืด

Germany's Nick Woltemade (11) reacts after failing to score during a penalty shootout at the end of during the World Cup round of 32
Germany's Nick Woltemade (11) reacts after failing to score during a penalty shootout at the end of during the World Cup round of 32

มุมมองของพี่สยาม: ความยิ่งใหญ่ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป

พี่สยามต้องบอกตรงๆ ว่าดูแมตช์นี้แล้วรู้สึกแปลกใจจริงๆ ไม่ใช่เพราะเยอรมนีแพ้ แต่เพราะ วิธีที่แพ้ มันดูไม่มีทิศทาง ทีมที่เคยมีระบบการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดในโลก กลับดูงงๆ ไม่รู้จะเล่นยังไงในสถานการณ์กดดัน

ถ้าเป็นเราเจอสถานการณ์แบบนี้ในชีวิตการทำงาน คือเราเคยเก่ง เคยเป็นที่หนึ่งมาตลอด แล้วก็เริ่มล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางทีมันไม่ใช่แค่เรื่องโชคหรือฟอร์มชั่วคราว แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าต้องเปลี่ยนโครงสร้างบางอย่างอย่างจริงจัง เยอรมนีก็เช่นกัน สามทัวร์นาเมนต์ มันไม่ใช่ความบังเอิญแล้ว

Germany's players reacts during the penalty shootout of the 2026 World Cup round of 32 football match between Germany and Paraguay at the Boston Stadium in Foxborough on June 29, 2026.  (Photo by Odd ANDERSEN / AFP)
Germany's players reacts during the penalty shootout of the 2026 World Cup round of 32 football match between Germany and Paraguay at the Boston Stadium in Foxborough on June 29, 2026. (Photo by Odd ANDERSEN / AFP)

บทเรียนจากเยอรมนีที่คนไทยและแฟนบอลทั่วโลกควรรู้

สำหรับแฟนบอลชาวไทย เรื่องนี้น่าสนใจในแง่ที่ว่า ฟุตบอลโลกในยุค 2020s กำลังเปลี่ยนไปมาก ทีมที่เคยครองโลกอย่างเยอรมนีกำลังลำบาก ขณะที่ทีมอย่างสหรัฐอเมริกา โมร็อกโก หรือแม้แต่ญี่ปุ่นกำลังก้าวขึ้นมา

นี่คือสิ่งที่น่าเรียนรู้:

  • ชื่อเสียงในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต — เยอรมนีอาจจะยังมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง แต่ในสนาม บอลกลมเสมอ
  • ระบบการพัฒนานักเตะต้องปรับตัว — โลกฟุตบอลเร็วขึ้น แท็คติกเปลี่ยนไป ทีมที่ไม่ยอมปรับตัวก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
  • จุดโทษคือทักษะ ไม่ใช่โชค — การพลาดจุดโทษสามลูกในแมตช์สำคัญสะท้อนถึงปัญหาด้านจิตใจและการเตรียมทีมที่ต้องแก้ไข

สำหรับแฟนบอลไทยที่ติดตามฟุตบอลโลกครั้งนี้ พี่สยามอยากให้มองเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าในโลกฟุตบอลยุคใหม่ ไม่มีทีมไหนที่ "การันตี" ความสำเร็จได้อีกต่อไป และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ฟุตบอลโลกยังคงเป็นมหกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกอยู่เสมอ

The screen shows that a goal by Germany's Jonathan Tah (4) was disqualified after a VAR check
The screen shows that a goal by Germany's Jonathan Tah (4) was disqualified after a VAR check

อนาคตของ Die Mannschaft จากนี้ไปจะเป็นอย่างไร?

นาเกลส์มันน์ยังคงเป็นโค้ชที่มีความสามารถ แต่คำถามคือสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (DFB) จะอดทนรอการเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน หลังจากตกรอบสามครั้งติดต่อกัน แรงกดดันจากสื่อและแฟนบอลเยอรมนีคงจะหนักมาก

ทางเลือกที่เยอรมนีมีในตอนนี้คือการกลับไปทบทวนระบบ Academy ปั้นนักเตะรุ่นใหม่ที่เหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องสร้างวัฒนธรรมทีมชาติที่ทนต่อแรงกดดันในนัดชี้ขาดได้ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ผู้เล่นเยอรมนีจะยังขาดสิ่งนั้นอยู่

จะกลับมายิ่งใหญ่ได้ไหม? พี่สยามเชื่อว่าได้ แต่คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ และเยอรมนีต้องยอมรับความจริงข้อนี้ก่อน เหมือนกับที่กุนซือนาเกลส์มันน์พูดออกมาอย่างกล้าหาญหลังเกมว่า พวกเขา "ไม่ได้อยู่ในกลุ่มทีมชั้นหนึ่งอีกต่อไปแล้ว" — การยอมรับความจริงคือก้าวแรกของการฟื้นตัวเสมอ

ขอบคุณข้อมูล: Sky Sports

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook