นอร์ริสยอมรับ McLaren ล้าหลังคู่แข่งถึง 3 เดือน ภารกิจไล่ตาม Mercedes ไม่ใช่เรื่องง่าย

พี่สยาม
พี่สยาม
กีฬา
ขนาดตัวอักษร
นอร์ริสยอมรับ McLaren ล้าหลังคู่แข่งถึง 3 เดือน ภารกิจไล่ตาม Mercedes ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อแชมป์โลกพูดความจริงที่ฟังแล้วหนักใจ

ถ้าใครติดตาม Formula 1 มาตลอด คงรู้ดีว่าปีที่แล้ว McLaren คือทีมที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกตื่นเต้นมากที่สุด ทั้ง แลนโด้ นอร์ริส และ ออสการ์ เปียสตรี ครองความยิ่งใหญ่บนสนามได้อย่างน่าประทับใจ จนคว้าแชมป์ Constructors' Championship มาได้สองปีซ้อน แต่พอเข้าสู่ฤดูกาล 2026 ที่มีการเปลี่ยนกติการถครั้งใหญ่ ภาพที่เห็นกลับตรงข้ามกันราวฟ้ากับดิน

นอร์ริสออกมาพูดตรงๆ ในวัน Media Day ก่อนการแข่งขัน Austrian Grand Prix ที่ Spielberg ว่าตอนนี้ McLaren "ล้าหลังคู่แข่งอยู่ประมาณ 2-3 เดือน" ในแง่การพัฒนารถ ฟังดูเหมือนตัวเลขธรรมดา แต่ในโลกของ F1 ที่ทุกร้อยวินาทีมีความหมาย นี่คือช่องว่างที่ยิ่งใหญ่มาก

Lando Norris
Lando Norris

ตัวเลขบอกอะไรบ้าง? ดูกันให้ชัด

ณ ตอนนี้หลังจากแข่งมา 8 สนามแรกของฤดูกาล Mercedes คือผู้นำตารางแบบทิ้งห่างอย่างชัดเจน พวกเขาชนะไปแล้วถึง 7 จาก 8 สนาม และนำในตาราง Constructors' Championship ห่าง McLaren อยู่ถึง 143 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะมากในแง่การไล่ตาม

ส่วนนอร์ริสเองอยู่ในอันดับที่ 5 ของตาราง Drivers' Championship ขณะที่สนามล่าสุดอย่าง Austrian GP ที่ผ่านมา เปียสตรีจบอันดับ 4 และนอร์ริสจบอันดับ 7 โดยเปียสตรีตามหลัง จอร์จ รัสเซลล์ แห่ง Mercedes ที่ชนะสนามนั้นไปถึง 21 วินาที ซึ่งในการแข่ง F1 ระยะห่างแค่นี้คือโลกที่ต่างกันมากเลยครับ

Highlights from the 2026 Austrian Grand Prix.
Highlights from the 2026 Austrian Grand Prix.

แค่อัปเกรดชิ้นเดียวไม่พอ นอร์ริสบอกเองว่าต้องการมากกว่านั้น

หลายคนอาจคิดว่าแค่เอาชิ้นส่วนใหม่มาใส่สนามสักชิ้น ทีมก็กลับมาแข่งขันได้แล้ว แต่ความจริงในโลก F1 ไม่ได้ง่ายแบบนั้น นอร์ริสอธิบายไว้ชัดเจนว่า

"อัปเกรดชิ้นเดียวไม่พอหรอก เราต้องการสาม สี่ หรือห้าชิ้น บางทีก็ทยอยนำมาทีละชิ้น บางทีต้องเอามาพร้อมกันเพราะมันเป็นปรัชญาใหม่ทั้งหมด เราล้าหลังอยู่ประมาณสองสามเดือน ไม่ใช่แค่อัปเกรดชิ้นเดียว มันคือชิ้นส่วนจำนวนมาก"

ที่น่าสนใจคือแม้แต่ใน Austrian GP ครั้งนี้ McLaren ก็นำอัปเกรดมาสองชุด แต่ใช้จริงแค่ชุดเดียว อีกชุดเป็นระบบ Rotating Rear Wing แบบเดียวกับที่ Ferrari พัฒนาขึ้น ซึ่งบางสำนักข่าวเรียกว่า 'Macarena Wing' McLaren ตัดสินใจยังไม่ใช้งานในสนามนั้น

‘That’s crazy!' | Lando Norris meets himself at Madame Tussauds
‘That’s crazy!' | Lando Norris meets himself at Madame Tussauds

หัวหน้าทีมยืนยัน รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่แก้ได้ไม่ง่าย

Andrea Stella หัวหน้าทีม McLaren ก็ออกมายืนยันในทิศทางเดียวกัน โดยบอกว่าพวกเขาวิเคราะห์ปัญหาได้ชัดเจนแล้ว

"เรารู้ว่าเราขาดเวลาต่อรอบอยู่ประมาณสาม สี่ในสิบวินาที และเราเห็นภาพนี้ทั้งในรอบ Qualifying และในการแข่ง รูปแบบมันสม่ำเสมอมากในทุกสนาม เราเข้าใจปัญหาชัดเจนและรู้ว่าต้องอัปเกรด MCL40"

0.3-0.4 วินาทีต่อรอบฟังดูไม่เยอะ แต่ใน F1 สนามที่มี 70 รอบ นั่นหมายถึงเวลาที่เสียไปสะสมกันถึง 21-28 วินาที ซึ่งตรงกับที่เปียสตรีตามหลังรัสเซลล์ในสนามออสเตรียพอดี ตัวเลขไม่ได้โกหกเลยครับ

Sky Sports' Craig Slater looks at the future of Max Verstappen at Red Bull as the British Grand Prix awaits!
Sky Sports' Craig Slater looks at the future of Max Verstappen at Red Bull as the British Grand Prix awaits!

McLaren ทำได้มาแล้ว — ย้อนดูประวัติศาสตร์ให้มีกำลังใจ

สิ่งที่น่าสนใจและทำให้ยังมีความหวังได้อยู่ก็คือ McLaren เคยทำแบบนี้สำเร็จมาแล้วในช่วงยุคกติกาก่อนหน้า พวกเขาสามารถไล่ตามคู่แข่งและกลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้ในช่วงกลางฤดูกาล และปีที่แล้วก็เคยไล่ตาม Red Bull ได้สำเร็จจนคว้าแชมป์ Constructors มาได้

นอร์ริสบอกว่าทีมยังมีแรงฮึดและความมุ่งมั่นสูงมาก เพราะรู้ว่าพวกเขาทำได้

"การไล่ตามต้องใช้ความพยายามมหาศาลจากทั้งทีม ทุกคนตื่นเต้นและมีแรงจูงใจมาก เพราะเรารู้ว่ามันเป็นไปได้ เราล้าหลังสามเดือน มันหนักที่จะเอาชนะ แต่ทุกคนใน McLaren รู้ว่าเราทำได้"

แต่ถ้าถามพี่สยามตรงๆ ก็ต้องบอกว่าปีนี้มีตัวแปรที่ซับซ้อนกว่าปีก่อน เพราะเป็นปีแรกของกติกาใหม่ทั้งหมด ทีมอื่นก็กำลังพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ถ้า Mercedes ยังเดินหน้าพัฒนาต่อได้เรื่อยๆ การไล่ตาม 3 เดือนก็อาจกลายเป็น 4-5 เดือนโดยไม่รู้ตัว

มุมมองพี่สยาม — ในฐานะแฟนกีฬาที่ห่วงใยทีมโปรด

พี่สยามเองเป็นคนหนึ่งที่ตามดู F1 มาตลอด และต้องยอมรับว่ารู้สึกหนักใจพอสมควรเมื่อได้ยินนอร์ริสพูดแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเขาพูดในแง่ลบ แต่เพราะมันฟังดูจริงและซื่อสัตย์มาก นักแข่งระดับแชมป์โลกที่ยอมรับปัญหาตรงๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติในโลก F1 ที่ทุกคนมักพยายามแสดงภาพลักษณ์ว่า "เราโอเค"

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือปีที่แล้ว McLaren กับ Red Bull ก็สู้กันอย่างดุเดือด และ McLaren ก็ชนะมาได้ แต่ปีนี้ดูเหมือน Mercedes จะ "ทำการบ้านมา" กับกติกาใหม่ได้ดีกว่าทุกทีม การจะพลิกสถานการณ์ต้องใช้เวลาและการพัฒนาที่ถูกทิศทางอย่างมาก

แฟน F1 ชาวไทยควรมองเรื่องนี้อย่างไร?

สำหรับแฟนๆ F1 ในไทยที่ติดตามการแข่งขันกันอยู่ บทความนี้อาจช่วยให้เข้าใจว่าทำไม McLaren ถึงดูสู้ Mercedes ไม่ค่อยได้ในปีนี้ มันไม่ใช่เรื่องนักแข่งแย่ลง หรือทีมทำงานไม่หนัก แต่มันคือความท้าทายของการเปลี่ยนกติกาครั้งใหญ่ที่ทุกทีมต้องพัฒนารถใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ใครที่อยากติดตามการแข่งขัน British Grand Prix ที่ Silverstone สุดสัปดาห์นี้ ก็น่าจะได้เห็นว่า McLaren จะเอา Rotating Rear Wing มาใช้จริงหรือเปล่า และจะมีอัปเกรดอะไรเพิ่มเติมมาช่วยลดช่องว่างกับ Mercedes ได้บ้าง เพราะ Silverstone เป็นสนามบ้านของ McLaren ด้วย แรงกดดันและแรงเชียร์จากแฟนๆ ชาวอังกฤษก็น่าจะมีส่วนจุดไฟให้ทีมได้ไม่น้อย

สรุปสถานการณ์และมองไปข้างหน้า

สรุปง่ายๆ สำหรับแฟน F1 ชาวไทยก็คือ ตอนนี้ McLaren อยู่ในช่วงยากที่สุดของฤดูกาล ล้าหลัง Mercedes ทั้งในแง่คะแนนและการพัฒนารถ แต่ยังมีความหวังเพราะทีมรู้ปัญหาชัดเจนและมีประวัติไล่ตามคู่แข่งสำเร็จมาแล้ว

ในสามถึงห้าเดือนข้างหน้า ถ้า McLaren สามารถนำอัปเกรดใหม่มาได้ต่อเนื่องและถูกทิศทาง ก็ยังมีโอกาสที่ฤดูกาลนี้จะเข้มข้นขึ้นได้ แต่ถ้า Mercedes ยังพัฒนาต่อได้เรื่อยๆ โดยไม่มีจุดอ่อน ก็อาจจะเป็นปีที่ยากมากสำหรับ McLaren และแฟนๆ ของพวกเขา

พี่สยามขอเป็นกำลังใจให้ทีม Papaya แล้วกัน เพราะ Formula 1 ที่สนุกที่สุดคือ F1 ที่มีการต่อสู้กันจริงๆ มากกว่าหนึ่งทีม ไม่มีใครอยากดูรถคันเดียววิ่งนำทิ้งห่างทั้งฤดูกาลหรอกครับ 😄

ขอบคุณข้อมูล: Sky Sports

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook