จากเด็กดูบอลในสนาม สู่นักเทนนิสที่เล่นต่อหน้าตำนาน
มีบางเรื่องในวงการกีฬาที่ถ้าเขียนเป็นบทภาพยนตร์ คนดูคงส่ายหัวว่า "โอ้โห เว่อเกินไป" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ อาร์เธอร์ เฟอรี่ (Arthur Fery) นักเทนนิสสัญชาติอังกฤษวัย 23 ปี บนสนาม Centre Court ของ Wimbledon เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 กรกฎาคม 2026) นั้นเป็นเรื่องจริง 100% และน่าประทับใจยิ่งกว่าหนังเสียอีก
เฟอรี่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็น นักเทนนิสอันดับต่ำกว่า Top 100 โลกคนแรกนับตั้งแต่ปี 2014 ที่สามารถเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้ายของประเภทชายเดี่ยวที่ Wimbledon ได้ โดยเขาเอาชนะ กรีกอร์ ดิมิทรอฟ (Grigor Dimitrov) ไปได้อย่างหืดขึ้นคอในการแข่งขัน 5 เซต ด้วยสกอร์ 7-5, 3-6, 4-6, 6-4, 7-6 (10-7)
ก่อนหน้านี้ในปี 2014 นักเทนนิสที่ทำได้คือ นิค เคียร์กิออส (Nick Kyrgios) ตอนที่เขาอยู่ในอันดับโลกที่ 144 ถือว่าเฟอรี่สานต่อความสำเร็จนั้นได้อย่างน่าตื่นเต้นมาก

วันที่วงจรชีวิตหมุนครบรอบ — Federer อยู่ใน Royal Box
แต่สิ่งที่ทำให้คืนนี้พิเศษยิ่งกว่าแค่ผลการแข่งขัน คือ Roger Federer ตำนานลูกสักหลาดแห่งยุคสมัย นั่งอยู่ใน Royal Box เพื่อชมการแข่งขันของเขาพอดีเป๊ะ
เฟอรี่เล่าให้ฟังหลังเกมว่า ตอนที่เขาเปิดทีวีในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อดูแมตช์ประเภทหญิงที่กำลังแข่งบน Centre Court อยู่ก่อนหน้า เขาเห็น Federer นั่งอยู่ใน Royal Box โดยไม่ได้คาดมาก่อนเลย
"ผมส่งข้อความหาทีมเลยว่า 'Roger อยู่ในกล่องนะ ผมประหม่ามากเลย' มันน่าทึ่งมากที่จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ที่หนึ่งในนักเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลกำลังดูคุณอยู่ ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาดูผมเล่นแมตช์ 5 เซตกับดิมิทรอฟบน Centre Court ของ Wimbledon" — อาร์เธอร์ เฟอรี่
และที่ทำให้เรื่องนี้วนกลับมาครบวงจรจริงๆ คือ ครั้งสุดท้ายที่เฟอรี่เคยนั่งดูการแข่งขันบน Centre Court แห่งนี้ คือตอนที่เขาอายุ 11 ปี และเขาไปนั่งดู รอบชิงชนะเลิศ Wimbledon ปี 2014 ระหว่าง Federer กับ Djokovic นั่นเอง เด็กคนนั้นนั่งดูตำนาน วันนี้ตำนานคนนั้นมานั่งดูเขากลับบ้าง

ชีวิตที่ซึมซับเทนนิสมาตั้งแต่เกิด
เฟอรี่ไม่ได้เป็นแค่นักเทนนิสที่เก่งโดยบังเอิญ เขาเติบโตมากับกีฬาชนิดนี้อย่างแท้จริง ทั้งจากสายเลือดและสภาพแวดล้อม
- แม่ของเขา — โอลิเวีย เฟอรี่ (Olivia Fery) เคยเป็นนักเทนนิสอาชีพในวงจร WTA Tour มีอันดับสูงสุดที่ 225 ของโลก คว้าแชมป์ ITF ได้ 2 รายการ และเคยเล่นให้ฝรั่งเศสในการแข่งขัน Fed Cup รวมถึงเคยลงเล่น French Open ในช่วงต้นทศวรรษ 1990
- พ่อของเขา — โลอิก เฟอรี่ (Loic Fery) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอล FC Lorient ในลีก Ligue 1 ของฝรั่งเศส
- เฟอรี่เกิดที่เมือง Sevres ประเทศฝรั่งเศส แต่เติบโตในลอนดอน และเรียนที่ King's College School ในย่าน Wimbledon นั่นเอง
- ต่อมาเขาเข้าศึกษาที่ มหาวิทยาลัย Stanford สหรัฐอเมริกา สาขา Science, Technology and Society ขณะเดียวกันก็พัฒนาฝีมือเทนนิสจนเป็นหนึ่งในนักเทนนิสระดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศ
เส้นทางสู่ Wimbledon ของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาเคยลงเล่น doubles ในรายการหลักของ Wimbledon มาแล้วในปี 2021 และ 2022 ก่อนจะชนะแมตช์ singles ในรายการหลักครั้งแรกในปี 2025 และคว้าแชมป์ Challenger singles ครั้งแรกที่เมือง Barranquilla ตามมา
ในฤดูกาลนี้ก่อนหน้า Wimbledon เขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของ Birmingham Open และรอบ 8 คนสุดท้ายของ Queen's Club ซึ่งถือเป็น ATP 500 รายการแรกที่เขาเข้าไปได้ถึงระดับนั้น ทุกอย่างกำลังประกอบกันขึ้นอย่างสวยงาม
ถัดไป: ประลองกับ Flavio Cobolli
หลังจากผ่านด่านหินอย่างดิมิทรอฟมาได้ รอบ 8 คนสุดท้ายที่รออยู่ข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน คู่ต่อสู้ของเขาคือ ฟลาวิโอ โคโบลลี่ (Flavio Cobolli) มือวางอันดับ 9 ของรายการ ที่เพิ่งผ่านการเป็น finalist ของ French Open มาหมาดๆ นับว่าเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของเฟอรี่จนถึงตอนนี้
แต่ถ้าดูจากสิ่งที่เขาทำมาตลอด Wimbledon ปีนี้ รวมถึงการเอาชนะแมตช์ 5 เซตที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตใจมาอย่างเต็มๆ พี่สยามว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน เพราะเด็กคนนี้เขาสู้จริง

มุมมองของพี่สยาม — เรื่องนี้สอนอะไรเราได้บ้าง?
ถ้าเป็นพี่สยามเจอสถานการณ์แบบนี้ ยืนอยู่บนสนามแข่งที่เคยนั่งดูในฐานะแฟนตัวน้อยตอนอายุ 11 ขวบ แล้วมองขึ้นไปเห็นฮีโร่ในวัยเด็กนั่งดูตัวเองอยู่ใน Royal Box... พี่ว่าน้ำตาคงไหลก่อนจะตีลูกแรกเลยนะ แต่เฟอรี่ไม่ทำแบบนั้น เขาสู้ 5 เซตแบบไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้แต่ตอนที่แพ้ไปสองเซตติดกัน นั่นแหละที่เรียกว่าเส้นประสาทเหล็กจริงๆ
สำหรับคนไทยที่ติดตามเทนนิส เรื่องของเฟอรี่น่าสนใจในหลายมิติ หนึ่งในนั้นคือ โมเดลการพัฒนานักกีฬาเทนนิส ที่เขาเดินผ่านทั้งการเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Stanford ควบคู่กับการพัฒนาฝีมือเทนนิส ซึ่งต่างจากระบบที่นักเทนนิสหลายคนต้องเลือกระหว่างการเรียนกับการเล่นกีฬาอาชีพ
ในแง่วงการเทนนิสไทย เรื่องนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่ฝันจะเป็นนักเทนนิสอาชีพ ว่าเส้นทางมันยาว มันไม่ตรง แต่ถ้าสู้ต่อเนื่องอย่างที่เฟอรี่ทำ มันมีโอกาสเสมอ เขาไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็น Top 100 เขาค่อยๆ สร้างผลงานทีละก้าว จนวันหนึ่งก็ก้าวขึ้นไปอยู่บน Centre Court ของ Wimbledon ได้จริงๆ
จับตาดูให้ดี — นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของดาวดวงใหม่
ตามรายงานของสื่อกีฬาอังกฤษ Sky Sports ระบุว่า หลังจากผลการแข่งขัน Wimbledon ครั้งนี้ เฟอรี่จะขยับเข้าสู่ Top 100 ของโลก ATP Rankings เป็นครั้งแรกในอาชีพ นั่นหมายความว่าเขาจะมีสิทธิ์ลงเล่น Grand Slam รายการต่างๆ ได้โดยตรงในอนาคต ไม่ต้องพึ่ง wild card หรือผ่าน qualifying อีกต่อไป
เฟอรี่อยู่ภายใต้การดูแลของโค้ช เบอนัวต์ ฟูเช่ร์ (Benoit Foucher) และ เจโรน เบนาร์ด (Jeroen Benard) ซึ่งทั้งคู่น่าจะภูมิใจกับนักเรียนของตัวเองมากในตอนนี้
สำหรับแฟนเทนนิสชาวไทย ถ้าสนใจติดตามการแข่งขัน Wimbledon 2026 ต่อ รอบ 8 คนสุดท้ายของเฟอรี่กับโคโบลลี่น่าจะเป็นแมตช์ที่ดูสนุกและมีอารมณ์มาก เพราะหนึ่งคือ underdog ที่กำลังลุกขึ้นมา อีกคนคือผู้เล่นที่มาพร้อมกับฟอร์มและอันดับที่แน่วแน่กว่า ใครชอบดูเทนนิสแบบที่ไม่รู้ว่าใครจะชนะ นี่คือแมตช์สำหรับคุณ
และสุดท้าย ถ้าคุณมีลูกหลานที่สนใจเทนนิส เรื่องของเฟอรี่อาจเป็นตัวอย่างที่ดีในการสอนว่า ความฝันมันไม่ต้องรีบ แต่ต้องสม่ำเสมอ เขาไม่ได้โตขึ้นมาแล้วดังทันที แต่เขาค่อยๆ สะสมประสบการณ์จนถึงวันที่ตำนานที่เขาเคยแหงนมองมานั่งดูเขากลับบ้าง นั่นแหละคือบทเรียนที่มีค่าที่สุดของคืนนี้





