ข่าวดีสำหรับพี่น้องนักสาธารณสุขทั่วประเทศ! เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 นายกสภาการสาธารณสุขชุมชน รศ.ดร.วรพจน์ พรหมสัตยพรต ได้เผยความคืบหน้าที่หลายคนรอคอยมานาน นั่นก็คือ อ.ก.พ. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ได้ผ่านการพิจารณาตรวจสอบร่างกฎ ก.พ. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เรื่องเงินประจำตำแหน่ง "นักสาธารณสุข" เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติในลำดับต่อไป
เกิดอะไรขึ้น? สรุปให้เข้าใจง่าย
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานสภาการสาธารณสุขชุมชน ภายใต้โครงการประชุมวิชาการสภาการสาธารณสุขชุมชน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนร่วมกัน
รศ.ดร.วรพจน์ อธิบายว่า การประชุมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมหลากหลายกลุ่ม ทั้งสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยเฉพาะหน่วยบริการปฐมภูมิ รวมถึงบุคลากรจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่สนใจจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็น "นักสาธารณสุข" ภายใต้กรอบการประกอบวิชาชีพที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
กทม. และเมืองพัทยา — กลุ่มที่ต้องจับตา
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ รศ.ดร.วรพจน์ เน้นย้ำคือ ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับตำแหน่งนักสาธารณสุขในหลายพื้นที่ยังไม่มีตำแหน่งรองรับ โดยเฉพาะใน กรุงเทพมหานคร และ เมืองพัทยา
"ตอนนี้ก็จะได้ไปพูดคุยกับทาง กทม. และเมืองพัทยา เพื่อเตรียมแนวทางการเข้าสู่ตำแหน่งเหล่านี้ไว้" — รศ.ดร.วรพจน์ พรหมสัตยพรต นายกสภาการสาธารณสุขชุมชน
นั่นหมายความว่า นอกจากการผลักดันในระดับนโยบายผ่านการเสนอ ครม. แล้ว ยังมีแผนเจรจากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่อย่าง กทม. และพัทยา เพื่อให้บุคลากรที่มีคุณสมบัติได้มีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนขึ้นด้วย
นักสาธารณสุข — คนที่ดูแลสุขภาพของเราในระดับพื้นที่
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นชื่อวิชาชีพนี้ อธิบายง่าย ๆ ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน คือบุคลากรด้านสุขภาพที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะในหน่วยบริการปฐมภูมิอย่าง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ครอบคลุมงานถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่
- การส่งเสริมสุขภาพ
- การควบคุมและป้องกันโรค
- การบำบัดโรคเบื้องต้น
- อาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม
รศ.ดร.วรพจน์ ย้ำว่า ผู้ประกอบวิชาชีพกลุ่มนี้ถือเป็น กำลังหลัก ในการดูแลสุขภาพประชาชนระดับพื้นที่ และควรแสดงสมรรถนะในการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา
ยังมีกลุ่มที่ต้องรอต่อไป
แม้ข่าวจะดูสดใส แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับประโยชน์ในทันที โดยบุคลากรที่ยังอยู่ในสังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และยังติดเงื่อนไขตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ว 11/2562 นั้น ยังไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งนักสาธารณสุขได้ในตอนนี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่คงต้องติดตามกันต่อในการผลักดันระยะถัดไป
ความรู้สึกของพี่สยาม
พี่สยามต้องบอกตรง ๆ ว่าข่าวนี้ทำให้รู้สึกดีใจแทนพี่น้องนักสาธารณสุขทั่วประเทศครับ เพราะคนกลุ่มนี้คือคนที่เราพึ่งพาในยามเจ็บป่วยระดับพื้นที่ เป็นคนที่ออกเยี่ยมบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพชุมชน แต่กลับนิ่งเงียบอยู่เบื้องหลังมาตลอด ถ้าเป็นเรา ทำงานหนักขนาดนี้แต่ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในด้านสิทธิและผลตอบแทน ก็คงรู้สึกหมดไฟไม่น้อย การที่ระบบเริ่มขยับให้ถูกทิศทางมากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่ดีว่ายังมีคนมองเห็นคุณค่าของงานพวกเขา
สรุปและติดตาม
ขั้นตอนถัดจากนี้ที่ต้องจับตาดูมีอยู่ 2 เรื่องหลัก ได้แก่
- การเสนอร่างกฎ ก.พ. ต่อ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติเรื่องเงินประจำตำแหน่งนักสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ
- การหารือกับ กทม. และเมืองพัทยา เพื่อเปิดช่องทางให้บุคลากรที่มีคุณสมบัติครบสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้
สำหรับนักสาธารณสุขหรือผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนที่อยากติดตามความเคลื่อนไหว แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากสภาการสาธารณสุขชุมชนโดยตรง เพราะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ในแนวหน้า และอย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองด้วยว่าอยู่ภายใต้เงื่อนไขใด เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อประตูเปิด
ระบบสาธารณสุขไทยจะแข็งแกร่งได้ ต้องดูแลคนที่ดูแลเราด้วย — หวังว่า ครม. จะเดินหน้าเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อให้นักสาธารณสุขทุกคนได้รับสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับครับ





