ปัน สรณวรรธ เปิดใจหลังสึก 3 เดือน ได้แง่คิดชีวิต-อนาคตอาจบวชอีกครั้ง

พี่สยาม
พี่สยาม
บันเทิง
ขนาดตัวอักษร
ปัน สรณวรรธ เปิดใจหลังสึก 3 เดือน ได้แง่คิดชีวิต-อนาคตอาจบวชอีกครั้ง

ถ้าพี่สยามได้ยินข่าวนี้ครั้งแรก ก็รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเลยนะครับ ในยุคที่ทุกคนวิ่งไล่ตามโซเชียล ตามยอดวิว ตามความสำเร็จกันไม่หยุด การที่ศิลปินหนุ่มอย่าง ปัน สรณวรรธ เลือกหยุดทุกอย่างแล้วเข้าวัดบวชนานถึง 3 เดือน แล้วกลับมาเล่าให้ฟังอย่างจริงใจ — มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยครับ

ออกจากวัดครั้งแรก ต้องปรับตัวใหม่หมด

ตามรายงานของ ไทยรัฐออนไลน์ ปัน สรณวรรธ ได้เปิดใจเป็นครั้งแรกหลังเสร็จสิ้นพิธีอุปสมบทและศึกษาพระธรรมมานานกว่า 3 เดือน โดยยอมรับตรงๆ ว่าพอกลับมาขึ้นเวทีและทำงานอีกครั้ง รู้สึก "ตื่นเต้น" และต้องใช้เวลาในการปรับตัวอยู่พอสมควร

ฟังดูเข้าใจได้มากครับ เพราะการบวชไม่ใช่แค่การใส่ผ้าเหลือง แต่มันคือการเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด — ตื่นเช้า สวดมนต์ เดินบิณฑบาต ฝึกจิต แทบไม่มีสิ่งเร้าจากโลกภายนอก แล้วพอกลับมาเจอแสงไฟเวที เสียงเชียร์ กล้องถ่ายภาพ ร่างกายและจิตใจต้องปรับเกียร์ใหม่ทั้งหมด

ภาพ: www.thairath.co.th

สิ่งที่ได้กลับมา: ปล่อยวางอัตตา เคลียร์พิษในใจ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการเปิดใจครั้งนี้คือสิ่งที่ปันบอกว่าได้รับจากการศึกษาพระธรรม ซึ่งเขาพูดออกมาได้ลึกมากครับ

"ได้เยอะมากครับ ตอนนี้ก็เล่าไม่จบ เพราะว่ามันเหมือนเราไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีอัตตาตัวตน ไม่มีเรา มีแต่จิตเราล้วนๆ เลยที่เราต้องดูมันไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกว่าละอะไรออกไปเยอะ แบบได้เคลียร์สิ่งที่เป็นพิษกับจิตใจเราออกไปเยอะครับ"

คำว่า "ไม่มีอัตตาตัวตน" ที่ปันพูดถึง เป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า อนัตตา — หลักคิดที่ว่าสิ่งต่างๆ ในโลกล้วนไม่มีตัวตนที่แน่นอนถาวร การยึดติดกับ "ตัวเรา" มากเกินไปคือต้นตอของความทุกข์ การได้ฝึกเฝ้าดูจิตตัวเองอย่างต่อเนื่องในช่วงบวช จึงช่วยให้เขาปล่อยวางและ "เคลียร์" สิ่งที่สะสมอยู่ในใจออกไปได้มาก

ภาพ: www.thairath.co.th

พี่สยามฟังแล้วก็คิดในใจว่า ถ้าเป็นเราบ้างนะ... แค่หยุดโทรศัพท์สัก 1 อาทิตย์ยังทำยากเลย แต่นี่คือ 3 เดือน เต็มๆ ที่เขาได้อยู่กับตัวเองจริงๆ

อนาคตอาจกลับสู่เส้นทางธรรมอีกครั้ง

สิ่งที่น่าจับตาอีกเรื่องคือปันเผยถึงเป้าหมายในอนาคตที่ค่อนข้าง "ลึก" กว่าที่ใครคาดครับ เขาบอกว่าหากในอนาคตได้ใช้ชีวิตบนเส้นทางนักร้องและทำงานในโลกนี้จนถึงขีดสุดแล้ว ก็มีความคิดที่อาจจะ ตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตบนเส้นทางธรรมอีกครั้ง และถือว่านี่คือเป้าหมายชีวิตที่ยังเก็บไว้ในใจ

ฟังแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่การพูดเพื่อสร้างภาพนะครับ เพราะคนที่พูดเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ มักจะเป็นคนที่ได้สัมผัสกับบางอย่างในชีวิตที่มันเปลี่ยนมุมมองไปจริงๆ

ภาพ: www.thairath.co.th

ข่าวดีสำหรับแฟนคลับ: เตรียมกิจกรรมบุญ "ร่วมชาติ"

นอกจากการเปิดใจเรื่องชีวิตภายใน ปันยังฝากข่าวดีถึงแฟนคลับด้วยครับ โดยบอกว่าใครอยากร่วมทำบุญ "ร่วมชาติ" กัน สามารถรอติดตามกิจกรรมงานบุญที่เขากำลังเตรียมไว้ และชวนให้อนุโมทนาบุญล่วงหน้ากันได้เลย รายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมนี้คงต้องรอติดตามอีกครั้งครับ

แง่คิดที่คนไทยทุกคนเอาไปใช้ได้

เรื่องของปัน สรณวรรธ อาจดูเหมือนเป็นแค่ข่าวดาราบวช แต่พี่สยามมองว่ามันมีบทเรียนที่คนธรรมดาอย่างเราๆ เอาไปปรับใช้ได้ครับ

  • การหยุด คือการชาร์จแบตให้ชีวิต — ไม่ต้องบวช 3 เดือน แต่ลองตั้ง "เวลาส่วนตัว" ที่ไม่มีโซเชียลมีเดียบ้างก็ได้
  • เฝ้าดูจิตตัวเอง — แค่ลองนั่งเงียบๆ สังเกตความคิดตัวเองโดยไม่ตัดสิน สิ่งนี้คือพื้นฐานของการทำสมาธิที่ใครก็ทำได้
  • ปล่อยวางบ้าง — ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการรู้ว่าอะไรสำคัญจริงๆ และอะไรที่เราแบกไว้โดยไม่จำเป็น
  • มีเป้าหมายชีวิตที่ลึกกว่าแค่ความสำเร็จทางวัตถุ — ปันเลือกเก็บ "เส้นทางธรรม" ไว้เป็นเป้าหมายระยะยาว ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าสนใจมากในยุคนี้

สิ่งที่ปันทำได้ดีมากคือการไม่ปิดกั้นโลกทั้งสองใบ เขายังทำงานในวงการบันเทิง ยังร้องเพลง ยังอยู่กับแฟนคลับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีธรรมเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวในใจ — นี่แหละที่พี่สยามว่ามันคือสมดุลที่หลายคนมองหา

ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาไหน หรือมีความเชื่ออะไร แต่การ "หยุด" แล้ว "ทบทวน" ชีวิตตัวเองบ้างนั้น เป็นสิ่งที่คนทุกคนทำได้และควรทำครับ บางทีเราวุ่นวายกับโลกภายนอกมากเกินไป จนลืมดูแลโลกภายในของตัวเอง

ขอเป็นกำลังใจให้ปัน สรณวรรธ ในทุกเส้นทางที่เลือกเดินนะครับ และสำหรับแฟนคลับที่รออยู่ก็รอติดตามกิจกรรมบุญที่เขาเตรียมไว้ได้เลย — แค่ได้ร่วมทำบุญกัน ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook