4 สูตรมาสก์แป้งข้าวทำเองได้ที่บ้าน ช่วยเติมความชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใส

พี่สยาม
พี่สยาม
ไลฟ์สไตล์
ขนาดตัวอักษร
4 สูตรมาสก์แป้งข้าวทำเองได้ที่บ้าน ช่วยเติมความชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใส

แป้งข้าว วัตถุดิบธรรมชาติที่ไม่ควรมองข้าม

พูดถึงการดูแลผิวหน้าแบบประหยัดและเป็นธรรมชาติ พี่สยามว่าหลายคนคงนึกถึงวัตถุดิบในครัวมากกว่าจะวิ่งหาของในร้านสกินแคร์ทันที และ "แป้งข้าว" ก็เป็นหนึ่งในของดีที่คนไทยเรามีอยู่แล้วในบ้าน ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่หลายคนกลับลืมคุณค่าของมันไปเสียแล้ว

ตามข้อมูลจากแหล่งวิจัยด้านส่วนผสมเครื่องสำอาง แป้งข้าวมีคุณสมบัติช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกิน ทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน และยังมีสารที่ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียนขึ้นได้ด้วย แต่ที่สำคัญคือ เมื่อนำไปผสมกับวัตถุดิบธรรมชาติชนิดอื่น จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวได้มากขึ้น

วันนี้พี่สยามเลยรวบรวมมาให้ 4 สูตรมาสก์แป้งข้าวที่ทำง่าย ใช้ของในบ้าน และเหมาะกับคนไทยที่อยากดูแลผิวหน้าแบบไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ราคาแพง มาดูกันเลย

สูตรที่ 1: แป้งข้าว + มะเขือเทศ สำหรับผิวหมองคล้ำ

มะเขือเทศที่บ้านเราใช้ทำอาหารทุกวันนั้น ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ เพราะมันอุดมไปด้วยวิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น ลดความหมองคล้ำที่เกิดจากแสงแดดและมลภาวะในชีวิตประจำวัน

เมื่อนำมาผสมกับแป้งข้าว จะได้สูตรมาสก์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน พร้อมทิ้งความรู้สึกนุ่มเนียนไว้หลังล้างออก เหมาะมากสำหรับคนทำงานในเมืองที่ต้องเจอกับฝุ่นและ PM2.5 ทุกวัน

วิธีทำ: นำแป้งข้าว 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำมะเขือเทศสดหรือมะเขือเทศบดครึ่งลูก คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว ทาให้ทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและปาก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยครีมบำรุงผิวตามปกติ

ความถี่แนะนำ: 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 2: แป้งข้าว + น้ำผึ้ง เติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้ง

น้ำผึ้งเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่พี่สยามมองว่าคนไทยเราเข้าถึงได้ง่ายและใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมาก ในแง่ของการดูแลผิว น้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็น Humectant คือช่วยดึงและกักเก็บความชื้นไว้กับผิว ทำให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นได้ดี นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายอีกด้วย

สูตรนี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือรู้สึกว่าผิวหน้าตึงและไม่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวหรือเมื่ออยู่ในห้องที่เปิดแอร์ตลอดวัน

Khi kết hợp với bột gạo, hỗn hợp này giúp làm sạch nhẹ nhàng, đồng thời mang lại cảm giác da mềm mịn hơn sau khi sử dụng.
Khi kết hợp với bột gạo, hỗn hợp này giúp làm sạch nhẹ nhàng, đồng thời mang lại cảm giác da mềm mịn hơn sau khi sử dụng.

วิธีทำ: ผสมแป้งข้าว 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำผึ้งบริสุทธิ์ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันดี หลังจากทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ทาส่วนผสมให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นดำเนินการดูแลผิวตามขั้นตอนปกติต่อไป

ความถี่แนะนำ: 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

สูตรที่ 3: แป้งข้าว + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

โยเกิร์ตไม่มีน้ำตาล (Unsweetened Yogurt) มีกรดแลคติก (Lactic Acid) ตามธรรมชาติที่ช่วยทำให้ผิวหนังชั้นนอกอ่อนนุ่มขึ้น สนับสนุนการผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation) แบบอ่อนโยน และช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอมากขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับแป้งข้าว ก็จะได้มาสก์ที่ช่วยทำความสะอาดและปรับสภาพผิวได้ในคราวเดียว

พี่สยามรู้สึกประทับใจสูตรนี้เป็นพิเศษ เพราะในฐานะคนที่เคยทำงานออฟฟิศอยู่หลายปี ผิวหน้าสัมผัสแอร์ทั้งวันมักขาดน้ำและหมองไม่รู้ตัว สูตรนี้ใช้วัตถุดิบที่มีในตู้เย็นอยู่แล้ว แถมยังไม่แพงอีกต่างหาก

วิธีทำ: ผสมแป้งข้าว 1 ช้อนโต๊ะกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันเป็นเนื้อข้นสม่ำเสมอ ทาลงบนใบหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ตามด้วยขั้นตอนบำรุงผิวตามปกติ

ความถี่แนะนำ: สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

สูตรที่ 4: แป้งข้าว + ชาเขียว สำหรับผิวมัน

ใครที่มีปัญหาผิวมันหรือผิวผสมที่มันง่าย สูตรนี้น่าจะถูกใจมาก เพราะชาเขียว (Green Tea) อุดมไปด้วย Polyphenols และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้า ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกด้วย

Mật ong nổi tiếng với khả năng giữ ẩm và làm dịu da.
Mật ong nổi tiếng với khả năng giữ ẩm và làm dịu da.

ในยุคที่คนไทยดื่มชาเขียวกันมากขึ้น ถ้ามีชาเขียวแบบผงหรือกากชาเขียวเหลือจากการชง ก็สามารถนำมาใช้กับสูตรนี้ได้เลย

วิธีทำ: ผสมแป้งข้าว 1 ช้อนโต๊ะกับผงชาเขียว (Matcha หรือ Green Tea Powder) 1 ช้อนชา แล้วค่อยๆ เติมน้ำทีละน้อยจนได้เนื้อส่วนผสมข้นเหมาะกับการทา ทาลงบนใบหน้าที่สะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น

ความถี่แนะนำ: 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

ก่อนลองทำ ต้องอ่านส่วนนี้ก่อน

แม้ว่าวัตถุดิบธรรมชาติจะดูอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคนเสมอไป ผิวแต่ละชนิดมีความอ่อนไหวไม่เท่ากัน ก่อนใช้จริงทั้งหน้า ควรทดสอบก่อนที่ผิวบริเวณข้อพับแขนหรือใต้คาง ทิ้งไว้ 10-15 นาที หากไม่มีอาการแดง คัน หรือระคายเคือง จึงค่อยนำไปใช้กับใบหน้า

นอกจากนี้ พี่สยามอยากเน้นย้ำว่ามาสก์จากธรรมชาติเหล่านี้ไม่ได้มีฤทธิ์แรงเท่าผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ผ่านการวิจัยและทดสอบทางคลินิก จึงไม่สามารถทดแทนการรักษาปัญหาผิวจริงจัง เช่น สิว ฝ้า หรือผิวแพ้อักเสบ ได้ หากมีปัญหาผิวหนังที่รุนแรงหรือเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง

สิ่งที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะใช้มาสก์สูตรไหนก็ตาม คือการรักษาพื้นฐานการดูแลผิว 3 อย่างนี้ให้สม่ำเสมอ ได้แก่ ทำความสะอาดผิว เติมความชุ่มชื้น และทากันแดด (SPF) ทุกวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญกว่ามาสก์ราคาแพงอยู่มาก

มุมมองของพี่สยาม

สำหรับคนไทยเราที่ใช้ชีวิตกลางแดดและมลพิษแทบทุกวัน การหันมาดูแลผิวด้วยของธรรมชาติที่มีอยู่ในบ้านเป็นทางเลือกที่ดีน่าลองมาก ทั้งประหยัดเงิน ลดขยะบรรจุภัณฑ์ และยังได้รู้จักวัตถุดิบที่อยู่รอบตัวเราอีกด้วย

แต่พี่สยามอยากฝากไว้ว่า อย่าคาดหวังผลลัพธ์แบบโฆษณาที่บอกว่า "ใช้ครั้งเดียวเห็นผล" เพราะธรรมชาติต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ ลองให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่ แล้วคุณจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าภูมิใจ เพราะคุณทำเองด้วยมือตัวเองทั้งนั้น

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Lam Dep

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook