5 วิธีดูแลขนตาให้แข็งแรงและหนาขึ้น โดยไม่ต้องต่อหรือดัด

พี่สยาม
พี่สยาม
ไลฟ์สไตล์
ขนาดตัวอักษร
5 วิธีดูแลขนตาให้แข็งแรงและหนาขึ้น โดยไม่ต้องต่อหรือดัด

ขนตาก็ต้องการความรักเหมือนกันนะ

หลายคนทุ่มเวลาและเงินทองไปกับการต่อขนตา ดัดขนตา หรือทาสีขนตาทุกวัน แต่น้อยคนนักที่จะหยุดคิดว่า... แล้วขนตาแท้ๆ ของเราสุขภาพดีแค่ไหน? ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ขนตาแต่ละเส้นใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 1.5 เดือนในการเติบโตอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะร่วงหลุดและมีเส้นใหม่ขึ้นมาแทน นั่นหมายความว่าถ้าเราไม่ดูแลให้ดี วงจรนี้ก็อาจสั้นลงหรือขนตาออกมาบางและเปราะกว่าที่ควร

พี่สยามเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม แต่ด้วยความที่ใกล้ชิดกับคนรอบข้างที่เคยประสบปัญหาขนตาร่วงหนักหลังเลิกต่อขนตา ก็เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีประโยชน์ควรรู้ไว้มากๆ โดยเฉพาะในยุคที่การต่อขนตากลายเป็นเรื่องปกติของสาวๆ ไทย วันนี้เลยรวบรวม 5 วิธีดูแลขนตาให้แข็งแรงและหนาขึ้นตามธรรมชาติมาฝากกัน อิงจากแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพและความงามที่น่าเชื่อถือค่ะ

1. น้ำมันมะพร้าว ของดีที่มีอยู่ในครัว

น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) เป็นหนึ่งในส่วนผสมธรรมชาติที่นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังพูดถึงบ่อยมากในแวดวงการดูแลเส้นผมและขนตา เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมัน (Fatty Acids) และวิตามินที่มีประโยชน์ต่อเส้นขน เมื่อใช้อย่างถูกวิธี น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ขนตานุ่มขึ้น ลดความแห้งกรอบ และลดการหักร่วงได้

วิธีใช้: ก่อนนอน หลังจากล้างหน้าทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาแล้ว ใช้แปรง Mascara สะอาด หรือสำลีก้าน จุ่มน้ำมันมะพร้าวในปริมาณเล็กน้อย แล้วปัดเบาๆ ตามทิศทางของขนตาจากโคนไปปลาย ตื่นเช้ามาล้างออกให้สะอาด อย่าทิ้งไว้นานเกินไป เพราะน้ำมันที่สะสมอาจอุดตันรูขุมขนหรือดึงดูดฝุ่นได้

2. วิตามินอี บำรุงขนตาจากรากถึงปลาย

วิตามิน E (Vitamin E) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่หลายคนรู้จักในฐานะสารบำรุงผิว แต่จริงๆ แล้วประโยชน์ของมันขยายไปถึงการดูแลขนตาด้วยเช่นกัน วิตามิน E ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ขนตาเปราะและร่วงก่อนวัย

วิธีใช้: บีบสารละลายจากแคปซูลวิตามิน E ออกมาเล็กน้อย จากนั้นใช้สำลีก้านสะอาดทาเบาๆ บนขนตาในช่วงเย็นก่อนนอน ทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการดูแลอื่นๆ จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะยาว ไม่ใช่ข้ามคืน ต้องอดทนหน่อยนะ

"ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเข้มข้น ดูแลขนตาทุกวันนิดเดียว ดีกว่าทำเยอะๆ ครั้งเดียวแล้วเลิก"

3. ชาเขียว ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วดี แต่ทาได้ด้วย

ชาเขียว (Green Tea) อุดมไปด้วยโพลีฟีนอล (Polyphenol) และสารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด ซึ่งนอกจากจะดีต่อร่างกายเมื่อดื่มแล้ว ยังช่วยบำรุงขนตาได้เมื่อใช้ภายนอกอีกด้วย สารในชาเขียวช่วยปกป้องรูขุมขน (Hair Follicles) และสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเติบโตของขนตา

วิธีใช้: ชงชาเขียวแบบธรรมดา ทิ้งไว้จนเย็นสนิท จากนั้นใช้สำลีก้านจุ่มน้ำชา แล้วทาเบาๆ บนขนตาหลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว วิธีนี้เรียบง่าย ประหยัด และไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์ราคาแพง เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบดูแลตัวเองแบบ Natural

4. แปรงขนตาและนวดเปลือกตา เทคนิคง่ายๆ ที่คนมักมองข้าม

การแปรงขนตาด้วยแปรงสะอาดเป็นประจำช่วยให้ขนตาเรียงตัวสวยงาม ลดการพันกัน และช่วยกำจัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนขนตาออกไปได้ด้วย นอกจากนี้ การนวดเบาๆ บริเวณเปลือกตา (Eyelid Massage) ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด (Blood Circulation) ไปยังรูขุมขนขนตา ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของขนตาในระยะยาว

วิธีทำ: ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ รอบบริเวณเปลือกตาเป็นวงกลมเล็กๆ ประมาณ 2-3 นาที ทำทุกวันสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ ห้ามถูหรือกดแรงเด็ดขาด เพราะผิวหนังรอบดวงตาบางและอ่อนไหวมาก การถูแรงอาจทำให้ขนตาร่วงมากขึ้น หรือทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดริ้วรอยเร็วขึ้นได้

5. โภชนาการที่ดี คือรากฐานของขนตาสวย

วิธีทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาเป็นการดูแลจากภายนอก แต่การดูแลจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน ขนตาเหมือนเส้นผม ต้องการสารอาหารในการเติบโต โดยเฉพาะ โปรตีน, ไบโอติน (Biotin), วิตามิน D, ธาตุเหล็ก และกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งล้วนพบได้ในอาหารที่เรากินทุกวัน อย่างเช่น ไข่ ปลาแซลมอน ถั่ว ผักใบเขียว และธัญพืช

ถ้าร่างกายขาดสารอาหารเหล่านี้ ขนตาก็จะอ่อนแอ เปราะ และร่วงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะทาน้ำมันหรือวิตามินจากภายนอกมากแค่ไหนก็ช่วยได้ไม่มากนัก

คำเตือนที่อยากฝากไว้

สำหรับใครที่ต่อขนตาอยู่เป็นประจำ อยากให้รู้ว่าสารกาวที่ใช้ในการต่อขนตาบางชนิดอาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองรอบดวงตาได้ และการดึงหรือถอดขนตาปลอมออกเองโดยไม่ระวัง อาจดึงขนตาแท้ออกมาด้วย ทำให้ขนตาบางลงในระยะยาว ดังนั้น ถ้าจะต่อขนตา ควรเลือกร้านที่ได้มาตรฐาน และให้ช่างที่มีประสบการณ์เป็นคนถอด อย่าลองเองที่บ้าน

นอกจากนี้ การล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาอย่างสะอาดและอ่อนโยนทุกคืน ก็ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการดูแลขนตา เพราะสีมาสคาร่า (Mascara) หรือ Eyeliner ที่ตกค้างข้ามคืนอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน ส่งผลให้ขนตาร่วงและเติบโตได้ไม่ดี

มุมมองของพี่สยาม

ถ้าพี่สยามเป็นสาวๆ ที่กำลังกังวลเรื่องขนตาบาง ก็คงเริ่มจากสิ่งที่ง่ายและถูกที่สุดก่อน อย่างน้ำมันมะพร้าวหรือชาเขียว ที่มีอยู่ในบ้านแทบทุกหลัง โดยไม่ต้องรีบซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงขนตาราคาแพงที่อ้างสรรพคุณสารพัด เพราะบางทีของดีมันอยู่ใกล้มือเราอยู่แล้ว

ที่สำคัญ ขอให้เข้าใจว่าขนตาที่สุขภาพดีไม่ได้หมายความว่าต้องยาวและหนาเป็นพิเศษ แต่หมายถึงขนตาที่แข็งแรง ไม่เปราะ และไม่ร่วงผิดปกติ การตั้งความคาดหวังที่สมเหตุสมผลและดูแลอย่างสม่ำเสมอ ดีกว่าการหวังผลลัพธ์ภายในคืนเดียว

และถ้าสังเกตว่าขนตาร่วงมากผิดปกติ หรือมีอาการแพ้รอบดวงตา ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) โดยตรงนะครับ อย่าปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามาใช้เองโดยไม่มีข้อมูล เพราะบางครั้งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องการการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

6 dấu hiệu trên da có thể cảnh báo thận đang suy yếu, bác sĩ khuyến cáo không nên bỏ qua
6 dấu hiệu trên da có thể cảnh báo thận đang suy yếu, bác sĩ khuyến cáo không nên bỏ qua

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพและความงาม Phunutoday และเรียบเรียงใหม่เพื่อผู้อ่านชาวไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากมีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์โดยตรง

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Lam Dep

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook