ถ้า Verstappen ทิ้ง Red Bull: ทำไมตลาดนักแข่ง F1 ถึงวุ่นวายทั้งวงการ

พี่สยาม
พี่สยาม
กีฬา
ขนาดตัวอักษร
ถ้า Verstappen ทิ้ง Red Bull: ทำไมตลาดนักแข่ง F1 ถึงวุ่นวายทั้งวงการ

เรื่องใหญ่แห่งปี: Max Verstappen กำลังจะทิ้ง Red Bull จริงหรือ?

ถ้าคุณติดตาม Formula 1 อยู่ ช่วงนี้คงหนีไม่พ้นข่าวที่ทำให้แฟน F1 ทั่วโลกปวดหัวกันทั้งวงการ นั่นก็คือเรื่องของ Max Verstappen แชมป์โลก 4 สมัย ที่กำลังมีข่าวลือว่าอาจย้ายทีมออกจาก Red Bull Racing ในฤดูกาล 2027 ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ผลสะเทือนในตลาดนักแข่งจะกระจายไปทั่ว ไม่ใช่แค่เรื่องของสองทีม แต่หมายถึงการจัดเรียงไพ่ใหม่ทั้งกริดเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก Sky Sports F1 ระบุว่า ทีมงานของ Verstappen ได้เริ่มต้นพูดคุยกับ McLaren อย่างไม่เป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ Laurent Mekies หัวหน้าทีม Red Bull ยอมรับตรงๆ ว่าทีมจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ Verstappen เห็นว่ายังคุ้มที่จะอยู่ต่อ — การยอมรับแบบนี้จากบอสทีมถือว่าหนักมากนะครับ

ทำไม Verstappen ถึงอาจออกได้ ทั้งที่สัญญายาวถึงปี 2028?

หลายคนอาจสงสัยว่า Verstappen มีสัญญากับ Red Bull ถึงสิ้นปี 2028 แล้วจะออกได้ยังไง? คำตอบอยู่ที่ Exit Clause หรือ "เงื่อนไขการออกก่อนกำหนด" ที่แฝงอยู่ในสัญญา

เงื่อนไขนี้ระบุว่า หากในช่วงซัมเมอร์เบรกของฤดูกาลนี้ (เดือนสิงหาคม) Verstappen อยู่นอกอันดับ 2 แรกของตารางแชมเปี้ยนชิพ เขาก็มีสิทธิ์ใช้เงื่อนไขนี้ย้ายทีมได้ในปี 2027 ซึ่งตอนนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก เพราะ Verstappen อยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง ตามหลัง George Russell ที่อยู่อันดับ 2 ถึง 58 คะแนน และ Russell เองยังตามหลัง Kimi Antonelli เพื่อนร่วมทีม Mercedes อีก 40 คะแนน

นั่นแปลว่า ด้วยการแข่งขันที่เหลืออีกแค่ 3 รายการก่อนซัมเมอร์เบรก โอกาสที่ Verstappen จะไต่อันดับขึ้นมาอยู่ใน Top 2 นั้น... ยากมากครับ

Sky Sports' Craig Slater looks at the future of Max Verstappen at Red Bull as the British Grand Prix awaits!
Sky Sports' Craig Slater looks at the future of Max Verstappen at Red Bull as the British Grand Prix awaits!

McLaren รอรับอยู่จริงหรือ? Zak Brown พูดอะไรไว้?

ในงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน Austrian Grand Prix ที่ผ่านมา Zak Brown ซีอีโอของ McLaren ถูกถามตรงๆ ว่า Verstappen มีที่ใน McLaren ไหม? คำตอบของเขาน่าสนใจมาก เพราะไม่ได้ปฏิเสธชัดเจน

"ผมแปลกใจมากถ้า Lando หรือ Oscar จะไปที่อื่น เพราะพวกเขาแฮปปี้มาก เรามีสัญญากัน และนอกจากเรื่องสัญญา พวกเขาก็มีความสุขที่นี่ และเราก็พอใจกับพวกเขา แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้น Max ก็คือแชมป์โลก 4 สมัย" — Zak Brown, McLaren CEO

ประโยคสุดท้ายนั้นหนักมากนะครับ เหมือนเปิดประตูไว้แบบนิดเดียว แต่ก็เปิดจริงๆ ส่วน David Croft นักวิเคราะห์ของ Sky Sports F1 มองว่านี่คือเรื่องปกติของธุรกิจ ซีอีโอของทีมระดับแนวหน้าต้องรู้ว่าในตลาดมีอะไรบ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าคุณเป็น Oscar Piastri หรือทีมงานของเขา คงรู้สึกไม่สบายใจแน่ๆ เพราะถ้า Verstappen มา Oscar คือคนที่ต้องออก

SKY SPORTS
RED BULL
FORMULA ONE
MAX VERSTAPPEN
SKY SPORTS RED BULL FORMULA ONE MAX VERSTAPPEN

ถ้า Verstappen ย้ายจริง ตลาดนักแข่งจะวุ่นวายแค่ไหน?

Simon Lazenby พิธีกรของ The F1 Show บน Sky Sports พูดได้ตรงประเด็นมากว่า "กุญแจสำคัญคือ Verstappen ถ้าใครได้ตัวเขาไป ทุกอย่างก็จะวุ่นวายอีกครั้ง"

ลองดูว่าถ้า Verstappen ย้ายไป McLaren จริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคืออะไรบ้าง:

  • ที่นั่งว่างที่ Red Bull: Red Bull ต้องหานักแข่งมาแทนแชมป์โลก 4 สมัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
  • Carlos Sainz อาจได้โอกาส: Red Bull มีชื่อของ Sainz จาก Williams เป็นตัวเลือก ซึ่งหมายความว่า Williams ก็ต้องหานักแข่งใหม่อีก
  • Arvid Lindblad ดาวรุ่งอังกฤษ: อีกตัวเลือกคือดึง Lindblad จาก Racing Bulls (ทีมน้องของ Red Bull) ขึ้นมา
  • Oscar Piastri อาจไป Red Bull แทน: David Croft เสนอว่าอาจเกิด "Swap" โดยตรง คือ Verstappen ย้ายไป McLaren ส่วน Piastri ย้ายมา Red Bull ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อย

Karun Chandhok นักวิเคราะห์ผู้มีประสบการณ์ขับ F1 มาแล้ว ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ทุกคนในเรื่องนี้กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ ทั้ง Raymond Vermeulen ผู้จัดการของ Verstappen ที่ต้องสำรวจทุกตัวเลือกให้ลูกค้า และ Zak Brown ที่ต้องรู้ว่าในตลาดมีอะไรบ้าง ไม่มีใครทำผิดกติกา แต่ผลที่ตามมาสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มาก

Could Verstappen move to McLaren? Zak Brown weighs in with hilarious scenario
Could Verstappen move to McLaren? Zak Brown weighs in with hilarious scenario

มุมมองพี่สยาม: ดูแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?

ถ้าพี่สยามนั่งดูเรื่องนี้อยู่บ้านนะ รู้สึกว่ามันเป็นจังหวะที่ดราม่าพอดี เพราะ F1 ตอนนี้กำลังมาแรงมาก คนไทยหันมาดู F1 เพิ่มขึ้นเยอะ โดยเฉพาะหลังจาก Netflix ทำซีรีส์ Drive to Survive ออกมา แต่เรื่อง Verstappen นี่มันไม่ใช่แค่ดราม่าเพื่อความสนุก มันคือการตัดสินใจเชิงธุรกิจที่มีเม็ดเงินมหาศาลและอนาคตอาชีพของนักแข่งหลายคนพัวพันอยู่ด้วย

ส่วนตัวพี่ชื่นชม Verstappen ในฐานะนักแข่งที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้ แต่ก็เห็นใจ Piastri เหมือนกัน เพราะเขาทำผลงานได้ดีมาก การที่ชื่อของเขาถูกพูดถึงในฐานะ "คนที่อาจต้องออก" มันไม่ยุติธรรมนัก ถึงแม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจกีฬาก็ตาม

Austrian GP: Max Verstappen not getting ahead of himself after Austria success
Austrian GP: Max Verstappen not getting ahead of himself after Austria success

แฟน F1 ในไทยควรติดตามเรื่องนี้ยังไง?

สำหรับแฟน F1 ชาวไทยที่กำลังสนใจเรื่องนี้ พี่แนะนำให้จับตา 3 จุดสำคัญครับ:

  • ผลการแข่งขัน 3 รายการสุดท้ายก่อนซัมเมอร์เบรก: ถ้า Verstappen ยังไม่สามารถไต่ขึ้น Top 2 ได้ Exit Clause จะเปิดใช้งานได้ทันที ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
  • British Grand Prix ที่กำลังจะมาถึง: ตามรายงานของ Sky Sports F1 รายการนี้จะกลับมาใช้รูปแบบ Sprint Race อีกครั้ง ซึ่งจะมีคะแนนพิเศษให้เก็บ ถือเป็นโอกาสสำหรับ Verstappen
  • ท่าทีของ Red Bull: Laurent Mekies จะพิสูจน์อะไรให้ Verstappen เห็นได้บ้าง? นี่คือโจทย์ใหญ่ของทีมจาก Milton Keynes ในขณะนี้

ถ้าอยากดู British Grand Prix แบบสด ทาง Sky Sports F1 และ Sky One จะถ่ายทอดสดทุกเซสชั่นตั้งแต่วันศุกร์ ส่วนในไทยติดตามได้ผ่านช่องทางที่มีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดอย่างถูกต้องนะครับ

Look back at some of the most dramatic moments throughout the years at the British Grand Prix.
Look back at some of the most dramatic moments throughout the years at the British Grand Prix.

สรุป: เรื่องนี้ยังไม่จบ ต้องรอดูกันต่อ

พี่สยามต้องพูดตรงๆ ว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเป็นทางการ ยังไม่มีการย้ายทีม ยังไม่มีการลงนามสัญญาใดๆ ทุกอย่างคือการพูดคุย การสำรวจตัวเลือก และการส่งสัญญาณระหว่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในโลกกีฬาอาชีพ

แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือระดับของ Verstappen ที่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของเขามีผลต่อทั้งวงการ ถ้าเขาออกจาก Red Bull จริง มันจะเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของ F1 ในรอบหลายปี และตลาดนักแข่งก็จะวุ่นวายตามที่ Simon Lazenby พูดไว้ทุกประการ

สำหรับแฟน F1 ชาวไทย เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนที่ดีว่ากีฬาระดับโลกมันไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วบนสนาม แต่มีเกมเบื้องหลังที่ซับซ้อนไม่แพ้กัน ติดตามกันต่อนะครับ ซัมเมอร์เบรกเดือนสิงหาคมนี้น่าจะมีคำตอบให้เราแล้ว

ขอบคุณข้อมูล: Sky Sports

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook