สระผมแล้วแต่ทำไมยังมันเร็ว? 5 นิสัยที่ช่วยควบคุมความมันและให้ผมสะอาดนานขึ้น

พี่สยาม
พี่สยาม
ไลฟ์สไตล์
ขนาดตัวอักษร
สระผมแล้วแต่ทำไมยังมันเร็ว? 5 นิสัยที่ช่วยควบคุมความมันและให้ผมสะอาดนานขึ้น

สระแล้วแต่ผมก็ยังมัน — เราไม่ได้อยู่คนเดียว

พี่สยามเชื่อว่าหลายคนเคยเจอปัญหานี้ สระผมตอนเช้า พอบ่ายสองบ่ายสามผมก็เริ่มแฉะ เหนียว รู้สึกไม่ค่อยสดชื่น โดยเฉพาะในสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้นแบบนี้ ปัญหาผมมันเร็วเป็นเรื่องที่คนไทยเจอกันเยอะมาก แต่หลายคนแก้ผิดวิธี เช่น สระผมถี่ขึ้น หรือซื้อแชมพูราคาแพงขึ้น ทั้งที่จริง ๆ แล้วต้นตอของปัญหามักอยู่ที่พฤติกรรมประจำวันและการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับหนังศีรษะของตัวเองมากกว่า

วันนี้พี่สยามเอาข้อมูลดี ๆ มาเล่าให้ฟัง อ้างอิงจากบทความของ Phunutoday สื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่น่าเชื่อถือจากเวียดนาม ซึ่งรวบรวม 5 นิสัยที่ช่วยควบคุมน้ำมันส่วนเกินบนหนังศีรษะได้จริง มาดูกันเลย

1. เลือกแชมพูให้ตรงกับสภาพหนังศีรษะ ไม่ใช่แค่ประเภทผม

หลายคนเลือกแชมพูตามประเภทผม เช่น ผมทำสี ผมดัด หรือผมแห้งเสีย แต่ลืมดูว่าหนังศีรษะตัวเองเป็นยังไง ถ้าหนังศีรษะของเราอยู่ในกลุ่มที่ผลิตน้ำมันเยอะ สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือแชมพูที่ทำความสะอาดได้ดี ช่วยปรับสมดุลความมัน และทำให้ผมแห้งสะอาดได้นานขึ้น

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Silicone หรือสารให้ความชุ่มชื้นเข้มข้นสูงมากเกินไป เพราะสารเหล่านี้อาจทิ้งคราบสะสมไว้บนหนังศีรษะ ทำให้ผมแฉะและหนักขึ้นหลังสระ แม้จะรู้สึกว่าผมนุ่มในตอนแรกก็ตาม

2. อย่าสระผมบ่อยเกินไป — ยิ่งสระยิ่งมัน?

ฟังดูขัดแย้ง แต่เป็นความจริงทางชีววิทยา เมื่อเราสระผมบ่อยเกินไป ต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) บนหนังศีรษะจะรับรู้ว่าน้ำมันถูกเอาออกไปมากเกินไป ร่างกายก็จะสั่งให้ผลิตน้ำมันมาทดแทนมากขึ้น ผลลัพธ์คือผมกลับมามันเร็วกว่าเดิม

ข้อมูลจากแหล่งเดิมระบุว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ การสระผม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือเป็นความถี่ที่เหมาะสม เพราะช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้โดยไม่ทำลายชั้นป้องกันธรรมชาติของหนังศีรษะ แต่ถ้าวันไหนอากาศร้อนมากหรือออกกำลังกายหนัก ก็สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม

ถ้าเป็นพี่สยามเอง ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนสระผมทุกวัน เพราะรู้สึกสดชื่นดี แต่พอลองปรับมาสระวันเว้นวัน พบว่าผมมันช้าลงจริง ๆ ต้องใช้เวลาปรับตัวสัก 2-3 อาทิตย์ แต่หลังจากนั้นดีขึ้นเห็นได้ชัด

3. ครีมนวดและทรีตเมนต์ — ทาแค่ปลายผม อย่าให้โดนหนังศีรษะ

ครีมนวดผม (Conditioner) ทรีตเมนต์บำรุง หรือเซรั่มบำรุงผม มีประโยชน์ดีต่อเส้นผมมาก แต่ต้องใช้ให้ถูกที่ หลักการง่าย ๆ คือ ทาตั้งแต่กลางเส้นผมลงไปถึงปลาย อย่าให้โดนหนังศีรษะหรือโคนผม

เหตุผลคือส่วนผสมที่มีความชุ่มชื้นสูงเหล่านี้ ถ้าสะสมอยู่ที่โคนผมจะทำให้ผมหนักและมันเร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจอุดตันรูขุมขน (Hair Follicle) ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพหนังศีรษะในระยะยาว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเบา เหมาะกับหนังศีรษะที่มีน้ำมันมาก เพื่อให้ผมนุ่มลื่นแต่ยังดูฟูเบาอยู่

4. กินอาหารดี — หนังศีรษะก็ดีขึ้นด้วย

นี่คือข้อที่หลายคนมักมองข้าม ความจริงคืออาหารการกินมีผลโดยตรงต่อการทำงานของต่อมไขมันบนร่างกาย รวมถึงที่หนังศีรษะด้วย อาหารที่มีน้ำตาลสูง ของทอด หรืออาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมาก อาจกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำมันมากขึ้น

ในทางกลับกัน การเพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วย Omega-3, วิตามินเอ และ วิตามินอี จะช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมัน รวมถึงบำรุงผมและหนังศีรษะให้แข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ถั่วต่าง ๆ ผักใบเขียว หรือผลไม้สด ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดีทั้งนั้น

สำหรับคนไทยอย่างเรา แค่กินปลาทูต้มมะดัน หรือน้ำพริกกะปิกับผักต้มบ่อย ๆ ก็ได้ประโยชน์แล้ว ไม่ต้องหาของแพงก็ทำได้

5. ความเครียดและการนอน — ตัวร้ายที่ทำให้ผมมันโดยไม่รู้ตัว

ข้อสุดท้ายนี้น่าแปลกใจที่สุด แต่มีงานวิจัยรองรับ ความเครียดเรื้อรังทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ชื่อว่า Cortisol ซึ่งเมื่อหลั่งออกมามากก็จะกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้หนังศีรษะมันมากขึ้นตามไปด้วย

วิธีแก้ไม่ใช่การซื้อแชมพูใหม่ แต่คือการดูแลสุขภาพจิตและการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือลองทำสมาธิ โยคะ หรือฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย เมื่อสุขภาพโดยรวมดีขึ้น หนังศีรษะก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

พี่สยามมองว่าอย่างไร

ถ้าให้พูดตรง ๆ ปัญหาผมมันเร็วไม่ได้แก้ได้ด้วยแชมพูขวดเดียว สิ่งที่ได้ผลจริงคือการปรับหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ วิธีใช้ อาหารที่กิน และการดูแลสุขภาพจิต ซึ่งฟังดูเยอะ แต่จริง ๆ แล้วแต่ละข้อทำได้ไม่ยากเลย

สำหรับคนทำงานออฟฟิศอย่างพวกเรา บางทีความเครียดและการนอนดึกคือตัวการหลักที่ทำให้ผมมัน แต่เราไปโทษแชมพูซะก่อน ลองสังเกตตัวเองดูนะครับว่าช่วงไหนที่ผมมันเร็วกว่าปกติ อาจจะตรงกับช่วงที่งานเยอะหรือนอนน้อยพอดีเลยก็ได้

ดูแลผมให้ดี ต้องเริ่มที่ดูแลตัวเองให้ดีก่อน — ทั้งกาย ใจ และการกิน นี่แหละคือสูตรจริงที่ไม่มีขายในร้านขายยา

ลองนำ 5 นิสัยนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่ต้องทำพร้อมกันทุกข้อก็ได้ ค่อย ๆ เริ่มจากข้อที่ทำได้ง่ายก่อน แล้วสังเกตว่าผมเราเปลี่ยนไปไหม รับรองว่าถ้าทำได้ครบ ผมสะอาด ฟู เบา อยู่ได้นานขึ้นแน่นอนครับ

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Lam Dep

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook