เศรษฐกิจ-พลังงาน

ราคาน้ำมันวันนี้: ตลาดโลกปรับตัวผันผวน จับตาทิศทาง OPEC+ และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์

ViralSiam ·

ราคาน้ำมันดิบโลกวันนี้: ภาพรวมตลาดพลังงาน

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในช่วงนี้ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงหลักของตลาดโลก ซื้อขายอยู่ในกรอบ 72–78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 69–75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามข้อมูลจาก Bloomberg และ Reuters

ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมัน

1. นโยบายการผลิตของ OPEC+

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน OPEC+ นำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ยังคงมาตรการปรับลดกำลังการผลิตสะสมกว่า 3.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2568 อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่บางประเทศสมาชิกอาจทยอยเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงถัดไปสร้างแรงกดดันให้ราคาปรับลดลง

2. สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้กับเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ทุกเมื่อ

3. ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน

ตัวเลขเศรษฐกิจจากสองมหาอำนาจโลกส่งสัญญาณปะปน โดยจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก มีตัวเลขการบริโภคพลังงานฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ขณะที่สหรัฐฯ มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ตามรายงานของสำนักงานสารสนเทศพลังงาน (EIA)

ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย

ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกในประเทศ โดยกรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) ระบุว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยยังคงถูกพยุงโดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ดี หากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจมีการทบทวนราคาขายปลีกในประเทศอีกครั้ง

  • น้ำมันเบนซิน 95: อยู่ในกรอบ 42–45 บาทต่อลิตร
  • น้ำมันดีเซล: ถูกตรึงราคาไม่เกิน 33 บาทต่อลิตรตามมาตรการรัฐ
  • LPG: ราคาขายปลีกทรงตัวตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน

แนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้น

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และ Morgan Stanley คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 70–85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลตลอดไตรมาสที่ 1 ปี 2568 โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่อาจกระตุ้นอุปสงค์พลังงานโลกให้ฟื้นตัว

ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมของ OPEC+ ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดพลังงานโลกในระยะต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ